4 วิธีง่ายๆ สู่ความสำเร็จ

บทความนี้จะนำเสนอเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ เพียงแค่คุณปฏิบัติตาม 4 วิธีเหล่านี้… “ประตูแห่งความสำเร็จ” เปิดกว้าง รอต้อนรับคุณแล้วล่ะครับ…

  1. 14-03-2017

เราทุกคนล้วนมี “ความฝัน” และอยาก “ประสบความสำเร็จในชีวิต” ด้วยกันทั้งนั้น… หลายคนพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า ล้มลุกคลุกคลาน ลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน แต่จนแล้วจนรอด หลายคนก็ยัง “ยืนอยู่ที่เดิม” ไม่เข้าใกล้ความสำเร็จสักที!

บทความนี้จะนำเสนอเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ เพียงแค่คุณปฏิบัติตาม 4 วิธีเหล่านี้… “ประตูแห่งความสำเร็จ” เปิดกว้าง รอต้อนรับคุณแล้วล่ะครับ…

1. คบเพื่อนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าคุณ

คุณอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ประสบความสำเร็จด้วยทีมที่ดี” ประโยคนี้เป็นคำกล่าวของ ศาสตราจารย์เดวิด แมคเคิลแลนด์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ท่านอุทิศตนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของคนที่ประสบความสำเร็จ และเขาพบว่า “ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของคนเรา ก็คือ กลุ่มคนที่รายล้อมรอบตัว” เดวิดยืนยันว่า “เพื่อนรอบข้างมีความสำคัญมากกว่าความพยายามของเจ้าตัวเสียอีก”

จริงๆ แล้วแนวคิดนี้คล้ายกับสุภาษิตของไทยที่ว่า “คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล” ด้วยเหตุนี้ เราจึงมักได้ยินคำสอนของผู้ใหญ่ที่ว่า ให้เลือกคบเพื่อนดีๆ เพราะเพื่อนที่ดีจะนำพาให้ชีวิตไปในทางที่ดี ทางที่เจริญก้าวหน้า และประสบความสำเร็จในที่สุด

ให้คุณลองนึกถึงสถานการณ์ที่เห็นเพื่อนได้ดิบได้ดี เช่น ได้เลื่อนตำแหน่ง หรือได้ทำงานดีๆ แน่นอนว่าคุณต้องเกิดความรู้สึกอยากเป็นเหมือนเพื่อนบ้าง ความรู้สึกนี้จะเป็น “แรงผลักดัน” ให้คุณพยายามและประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

ดังนั้น “คุณควรอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่ประสบความสำเร็จ” เพราะนั่นจะทำให้คุณเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ…

2. เติมความรู้สึก… ไม่ชอบความพ่ายแพ้

ดอน เยเจอร์ เขียนหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า “16 ลักษณะเฉพาะของแชมป์ตัวจริง” เขาระบุว่า หนึ่งในลักษณะหลายๆ อย่างที่แชมป์มีเหมือนกัน ก็คือ “พวกเขาเกลียดชังความพ่ายแพ้”

ดอนกล่าวว่า นักกีฬาเก่งๆ อย่าง ไมเคิล จอร์แดน หรือโค้ชมือหนึ่งอย่าง จอห์น วูเดน ไม่ได้ต้องการเอาชนะ หรือเป็นที่หนึ่ง แต่พวกเขาเพียงแค่ “ไม่ชอบความพ่ายแพ้” ดังนั้น พวกเขาจึงพยายามผลักดันตัวเอง และทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตนเองพ่ายแพ้ จนสามารถเอาชนะ และประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

ลองประยุกต์วิธีคิดนี้เข้ากับการดำเนินชีวิตของคุณดู โดยอาจเริ่มจากเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การเล่นเกม การเล่นกีฬา หรือการเรียน หากคุณรู้สึก… “ไม่อยากเป็นคนแพ้ หรือเกลียดสถานการณ์ที่ตนเองผิดพลาด แสดงว่าคุณมีแรงกระตุ้นที่ดี ที่จะช่วยให้ตนเองประสบความสำเร็จในเรื่องที่ยิ่งใหญ่ต่อไป” จงใช้สิ่งนี้เป็นพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิต…

3. มีนิสัยรักการอ่าน

งานวิจัยชิ้นหนึ่งเปิดเผยว่า เด็กที่อ่านหนังสือมาก จะเรียนหนังสือได้ดี และสามารถทำคะแนนได้สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้อ่าน… และแน่นอนว่า ทักษะนี้จะติดตัวไปด้วยเมื่อพวกเขาก้าวออกจากโรงเรียน

คนที่ใฝ่หาความรู้ กระตือรือร้น และศึกษาค้นคว้าอยู่เสมอ จะเป็นคนที่มีความคิดกว้างไกล พวกเขาจะมีมุมมองแปลกใหม่ และมักแสวงหาโอกาสให้กับตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า “ผู้มีนิสัยรักการอ่าน จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ”

ประธานาธิบดีแฮร์รี่ ทรูแมน เคยกล่าวไว้ว่า “นักอ่านทุกคนไม่ใช่ผู้นำ แต่ผู้นำทุกคนเป็นนักอ่าน” สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า “การอ่านเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเรากลายเป็นผู้นำ”

ยิ่งอ่านมาก ก็ยิ่งรู้มาก และยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งทำอะไรได้มาก… การอ่านเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่โลกกว้าง ทำให้เรารอบรู้และเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น เกิดความคิดที่หลากหลาย กว้างไกล และสามารถนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนที่ก่อให้เกิดประโยชน์ได้… “ความรู้จากการอ่าน เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คนเรามีต้นทุนในการพัฒนาตนเอง และกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในที่สุด”

4. ไม่กลัวความล้มเหลว

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวไว้ว่า “ความล้มเหลวเป็นกระบวนการของความสำเร็จ” คนที่กลัวความล้มเหลว คือคนที่พยายามปกป้องตัวเองให้ปลอดภัย พวกเขาจะไม่กล้าลงมือทำอะไร เพราะกลัวความผิดพลาด…

หากคุณสามารถเอาชนะ “ความรู้สึกกลัวความล้มเหลว” กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วหากเกิดความผิดพลาดใดๆ ขึ้น คุณจะได้เรียนรู้ว่าต้องพัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างไร ใช้ความล้มเหลวเป็นบทเรียน และเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า สุดท้ายแล้วคุณก็จะพบกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

หนังสือขายดีที่ชื่อ “เหตุใดความสำเร็จมักเริ่มต้นที่ความล้มเหลว” มีใจความสำคัญว่า “ความล้มเหลวเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ เพราะสิ่งนี้ทำให้คุณรู้จักการเปลี่ยนแปลง ทำให้คุณรู้ว่าทำสิ่งใดแล้วไม่ได้ผล คุณจะเกิดการเรียนรู้ อีกทั้ง มันยังสร้างให้คุณเข้มแข็ง และแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย”

ดาร์เรน ฮาร์ดี้ เปรียบเทียบว่า… ความล้มเหลวกับความสำเร็จ เหมือนกับนาฬิกาลูกตุ้ม หากลูกตุ้มแกว่งไปด้านหนึ่ง ซึ่งเปรียบเหมือนด้านของความสำเร็จ การเติบโต และชัยชนะ แต่หากลูกตุ้มแกว่งไปอีกด้านหนึ่งซึ่งเปรียบเหมือนด้านของความล้มเหลว การปฏิเสธ และความเจ็บปวด… เมื่อคุณแกว่งลูกตุ้มไปด้านใดด้านหนึ่ง มันก็จะย้อนกลับมาอีกด้านหนึ่ง เช่นกัน!

นั่นเท่ากับว่า ยิ่งคุณล้มเหลวมากเท่าไหร่ คุณก็จะได้เรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น และย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากตามไปด้วย… ดังนั้น อย่ากลัวที่จะล้ม เพราะคุณสามารถลุกขึ้นยืนได้ และจงจำไว้ว่า การลุกขึ้นยืนหลังจากการล้มลง เป็นการยืนที่มั่นคง แข็งแรง และนำพาไปสู่ความสำเร็จ

เรียบเรียงโดย LEARNING HUB THAILAND

Comments

comments