5 สัญญาณอันตราย บ่งบอกว่าคุณขาดวิตามิน

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป! คุณลองเริ่มต้นด้วยการสังเกต “สัญญาณเตือนของร่างกาย” ที่กำลังบอกเราว่าร่างกายขาดสารอาหาร… โดยบทความนี้จะเปิดเผย “5 สัญญาณอันตราย” จากร่างกาย ว่ามีอะไรบ้าง?

  1. 01-03-2017

จากอดีต จนถึงปัจจุบัน “พฤติกรรมการกิน” ของคนในสังคม เปลี่ยนไปอย่างมาก… เรารับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด มากขึ้น เช่น ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด พิซซ่า อันเนื่องมาจากความสะดวกสบายและรวดเร็ว! ขณะเดียวกัน เราก็รับประทานผัก-ผลไม้กันน้อยลง… จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ร่างกายจะขาดสารอาหารที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะ “วิตามิน”

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เปิดเผยว่า มีคนจำนวนเพียง 11.3% ที่ได้รับไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสม ต่อวัน และมีเพียง 4.7% ที่ได้รับโพแทสเซียม ในปริมาณที่จำเป็นต่อร่างกาย… จากข้อมูลดังกล่าว จึงน่าจะถึงเวลาแล้ว ที่เราควรทบทวน “พฤติกรรมการกิน” ในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลให้มีสุขภาพกายที่แข็งแรงสมบูรณ์…

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป! คุณลองเริ่มต้นด้วยการสังเกต “สัญญาณเตือนของร่างกาย” ที่กำลังบอกเราว่าร่างกายขาดสารอาหาร… โดยบทความนี้จะเปิดเผย “5 สัญญาณอันตราย” จากร่างกาย ว่ามีอะไรบ้าง?

 

1. ผดผื่นแดงบริเวณผิวหนัง และผมร่วง

 

หากคุณมีผดผื่น หรืออาการแพ้ตามผิวหนัง นั่นแสดงว่า ร่างกายคุณกำลังขาดไนอะซิน หรือ “วิตามินบี 3” ไนอะซินมีส่วนสำคัญในการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศ ช่วยควบคุมการทำงานของสมองและระบบประสาท ทั้งยังช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวหนัง ลิ้น และเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหาร 

“วิตามินบี 3” ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ คุณสามารถเพิ่มไนอะซิน ด้วยการรับประทานอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ กล้วย ถั่ว ไข่ อะโวคาโด ฟักทอง และเมล็ดทานตะวัน

นอกจากนี้ หากคุณมีผมร่วงมากผิดปกติ นั่นแสดงว่า ร่างกายคุณต้องการวิตามินบี อยากแนะนำให้คุณลองสังเกตส่วนประกอบของแชมพูที่วางขายตามท้องตลาด แล้วคุณจะพบว่า แชมพูส่วนใหญ่มักมีองค์ประกอบของไบโอติน หรือวิตามินบี 7 ซึ่งช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของผมและเล็บ

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถพบสารอาหารชนิดนี้ได้ในอาหารประเภท ถั่ว เมล็ดพืช อะโวคาโด กล้วย ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เกรฟฟรุต และมันเทศ

 

2. ริมฝีปากแห้งและแตก

 

หากริมฝีปากของคุณแห้งและแตก หรือมีอาการเจ็บลิ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า ร่างกายคุณกำลังขาดสารอาหารประเภทธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี ในรายที่อาการรุนแรง อาการปากแห้งอาจทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา เช่น เชื้อราในช่องปาก ฟันผุ หรือโรคเหงือก

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว คุณควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ เช่น กล้วย ผักใบเขียว ผักโขม ผักคะน้า ถั่ว เมล็ดพืช และมันฝรั่ง

 

3. เฉื่อยชา ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย

 

คุณรู้หรือไม่ว่า อาการเฉื่อยชา ไม่มีแรง หรือซึมเศร้า อาจเป็นผลมาจากการขาดวิตามินหรือเกลือแร่บางชนิด มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า ผู้เป็นโรคซึมเศร้า มักขาดวิตามินดี วิตามินบี ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี 12 และกรดโฟลิก

ลองสำรวจตัวเองดูว่า คุณรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่กระปรี้กระเปร่า หรือไม่!? หากคุณมีอาการดังกล่าว ลองหาอาหารที่เสริมสร้างพละกำลังเหล่านี้ มารับประทาน…
– อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล เต้าหู้ อัลมอนด์ อินทผาลัม ถั่ว ผักใบเขียว
– อาหารที่มีแมกนีเซียม เช่น ผักใบเขียว ถั่ว อะโวคาโด กล้วย ธัญพืช ช็อกโกแลต
– อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 อาทิ ไข่ นม โยเกิร์ต ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
– อาหารที่มีโฟลิกสูง ได้แก่ บร็อคโคลี่ หัวบีท หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม นม โยเกิร์ต กล้วย

 

4. เหน็บชาที่มือหรือเท้า

 

หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความน่ารำคาญ และความกังวลใจให้กับคนที่เป็น ก็คือ “อาการเหน็บชา” หากคุณรู้สึกมีอาการเหน็บชาตามมือหรือเท้า นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ร่างกายคุณกำลังขาด “วิตามินบี 1” เมื่อใดก้ตามที่ร่างกายขาดวิตามินบี 1 จะส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงระบบประสาทและระบบทางเดินอาหาร และถ้ารุนแรงมากขึ้น จะมีอาการของโรคเหน็บชา

นอกจากนี้ อาการชาที่มือและเท้า มักเกิดขึ้นพร้อมกับความผิดปกติของอารมณ์ กล่าวคือ คุณอาจรู้สึกหงุดหงิด โมโหง่าย และควบคุมอารมณ์ได้ยาก… เราแนะนำให้คุณรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 1 เช่น ตับ ปลา เนื้อหมู ผักใบเขียว ถั่วเหลือง นม ข้าวกล้อง

 

5. เป็นตะคริว หรือกล้ามเนื้อไม่มีแรง

 

อาการตะคริว มักเกิดขึ้นเวลาที่คุณขาดสารอาหารประเภทแมกนีเซียม แคลเซียม และโพแทสเซียม คนที่ออกกำลังกายหนักมักประสบปัญหานี้ เนื่องจากร่างกายขับเหงื่อ รวมถึงวิตามินและเกลือแร่ออกมาจำนวนมาก ทั้งยังมีการใช้งานกล้ามเนื้อหนักกว่าปกติ ดังนั้น หากคุณไม่อยากเป็นตะคริว ก็ควรให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ได้แก่…

– อาหารที่มีแมกนีเซียม เช่น ปลา หอย ถั่วเมล็ดแห้งธัญพืช กล้วย ผักใบเขียว
– อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม เช่น ผักใบเขียว ถั่ว งา เมล็ดพืช นม เต้าหู้ ส้มกุ้งแห้ง ปลา
– อาหารที่อุดมด้วยโพแทสเซียม เช่น กล้วย ฟัก มันฝรั่ง อะโวคาโด มะเขือเทศ ถั่ว แอปเปิ้ล นม มันเทศ

 

ตามหลักโภชนาการ การได้รับวิตามินและเกลือแร่จากแหล่งอาหารธรรมชาติ จะมีประโยชน์มากกว่า เพราะร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ… แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่สามารถรับประทานอาหารบางประเภทได้ คุณอาจรับประทานวิตามินในรูปแบบอาหารเสริม เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติและมีความสุข

 

แปลและเรียบเรียงโดย LEARNING HUB THAILAND

Comments

comments