5 วิธีจัดการอารมณ์ด้านลบ

  1. 28-02-2017

“อารมณ์” สามารถเป็นได้ทั้งเพื่อนที่แสนดี หรือเป็นศัตรูที่น่ากลัว! เมื่อกล่าวถึง “อารมณ์เชิงบวก” เช่น ดีใจ มีความสุข สนุกสนาน ทุกคนมักอ้าแขนเปิดรับอย่างเต็มที่… กลับกัน หากพูดถึง “อารมณ์ด้านลบ” เช่น โกรธ กลัว โมโห ซึมเศร้า กังวลใจ ทุกคนต่างพยายามปิดกั้น และหลีกหนี…

ในโลกแห่งความจริง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงอารมณ์ต่างๆ ได้… ทุกวัน เราต้องเจอะเจอกับอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งของตนเองและผู้อื่น สิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้ คือ “ต้องรู้เท่าทันและรีบจัดการอารมณ์” ไม่ให้มีอิทธิพลเหนือตัวเรา…

เราขอแนะนำ “5 วิธี” ต่อไปนี้… ที่จะช่วยให้คุณ “รับมือกับอารมณ์เชิงลบ” ได้อย่างเหมาะสม…

1. รู้เท่าทัน และเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้น

“การรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของตนเอง” เป็นเรื่องสำคัญ หากคุณไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกอะไร? คุณจะไม่สามารถจัดการอารมณ์ได้อย่างถูกต้อง! การปิดบังซ่อนเร้นความรู้สึก เสแสร้ง หรือโกหกตัวเอง เป็นเพียงแค่การซื้อเวลา… ไม่นาน อารมณ์ที่เก็บสะสมไว้จะปะทุ และระเบิดออกมาในที่สุด!

ดังนั้น เมื่อคุณเกิดอารมณ์ด้านลบ จงหยุดพัก พิจารณาความรู้สึกที่แท้จริงของตน… ลองหาสถานที่เงียบๆ ให้ร่างกายของคุณได้ปลดปล่อย คุณอาจพูดออกมา ว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร ร้องไห้ หรือตะโกนออกมาดังๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คุณผ่อนคลาย และรู้สึกดีขึ้นได้

นอกจากนี้ คุณควรสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่ออารมณ์ต่างๆ เช่น หากคุณโกรธ ตัวจะสั่น มือไม้เกร็ง หากคุณวิตกกังวล จะมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน… ข้อดีของการรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของตนเอง และได้ปลดปล่อยมันออกมา จะทำให้คุณไม่เครียดจนเกินไป

2. เริ่มเช้าวันใหม่อย่างสดใส

คุณรู้หรือไม่ว่า “เวลาช่วงเช้ามีอิทธิพลอย่างมาก” เพราะมันจะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก “ทั้งวัน” ของคุณ ดังนั้น คุณควรทำกิจกรรมยามเช้าที่ช่วยให้คุณชำระล้างจิตใจ และกำจัดอารมณ์ด้านลบได้ เช่น…

“เขียนมันออกมา” การเขียนความคิดที่ฟุ้งซ่านลงบนหน้ากระดาษ จะช่วยให้คุณได้ระบาย และทำให้คุณรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาก แต่หากคุณไม่มีอะไรจะพูด คุณอาจเขียนว่า “ฉันไม่มีอะไรจะพูด” ก็ได้นะ… คุณสามารถเขียนมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งข้อความเต็มหน้ากระดาษ หรือหากคุณมีความคิดใหม่ๆ แล่นเข้ามาในหัว ก็สามารถจดลงไปได้เช่นกัน… วิธีการนี้จะช่วยให้คุณสามารถเรียบเรียงความคิดได้ดีขึ้น และช่วยกำจัดความคิดเชิงลบออกไปได้เร็วขึ้น

“ทำสมาธิ” การทำจิตใจให้สงบ ด้วยการกำหนดลมหายใจเข้า-ออก หรือการทำสมาธิ เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี เพียงแค่คุณหาสถานที่เงียบๆ ในการนั่งสมาธิประมาณ 10-15 นาที กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เมื่อคุณทำสมาธิเป็นประจำคุณจะพบว่าความคิดที่ฟุ้งซ่านลดน้อยลง มีสภาวะจิตใจที่สงบมากขึ้น… นอกจากนี้ ความสงบสุขที่เกิดจากการทำสมาธิยังช่วยให้คุณตระหนักรู้ถึงอารมณ์ด้านลบ ช่วยให้คุณจัดการมันได้ ก่อนที่อารมณ์แย่ๆ เหล่านั้นจะถาโถม และทำให้ทั้งวันของคุณเต็มไปด้วยสิ่งเลวร้าย

3. การออกกำลังช่วยได้

“การออกกำลังกาย” เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจของคุณ เพราะขณะที่คุณออกกำลังกาย ร่างกายของคุณจะเคลื่อนไหว หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง

คุณอาจวิ่ง เดินช้าๆ หรือออกกำลังกายประเภทอื่นๆ วิธีนี้จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ดังนั้น แทนที่คุณจะคว้าถุงมันฝรั่งทอดมาเคี้ยวเล่น หรือนอนขดตัวอยู่หน้าทีวี ลองขยับร่างกาย เลือกเล่นกีฬาที่คุณชอบ หรือแม้แต่การลุกขึ้นเต้น ก็ทำให้คุณรู้สึกดีได้นะ…

4. ปรับเปลี่ยนมุมมอง

นักจิตวิทยาเคยสรุปผลงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ซึ่งพบว่า “เมื่อคุณมองสิ่งต่างๆ ในมุมที่เปลี่ยนไป คุณจะพบว่าสิ่งนั้นแตกต่างจากเดิม” พูดง่ายๆ ก็คือ “มุมมอง” เป็นตัวกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้น หากคุณเผชิญกับอารมณ์ด้านลบ แทนที่คุณจะกระโจนลงไป พร้อมกับบ่น-ก่นด่าปัญหานั้นๆ… ให้คุณสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และถามตนเองว่า “ฉันสามารถมองเห็นปัญหานั้นในรูปแบบอื่นที่แตกต่าง ได้หรือไม่”

สมมติว่าคุณกับเพื่อนทะเลาะกัน หากคุณยึดความคิดของตนเองเป็นใหญ่ คิดว่าต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ… คุณก็จะยึดติด และไม่มีวันเข้าใจผู้อื่น! ในทางกลับกัน หากคุณคิดว่าตนเองเป็นอีกฝ่าย ลองมองในมุมกลับกัน คุณจะเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้น… คุณจะเปิดใจ เรียนรู้ตนเองและผู้อื่นมากขึ้น…

แต่หากการปรับเปลี่ยนมุมมองเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับคุณ เพียงแค่คุณตระหนักว่า “อารมณ์ด้านลบกำลังทำร้ายคุณ” คุณก็จะปล่อยให้มันผ่านไป ให้อภัย และดำเนินชีวิตต่อไป…

5. ระวัง! อย่าส่งต่อ “อารมณ์ด้านลบ” ให้คนรอบข้าง

อารมณ์ของคนเราเปรียบเหมือน “ก้อนหิมะ” เมื่อใดก็ตามที่เราปล่อยให้กลิ้งไปเรื่อยๆ มันก็จะใหญ่ และแผ่วงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น หากคุณรู้สึกว่ากำลังอารมณ์เสีย… จงพยายามสกัดกั้น อย่าปล่อยให้มันขยายไปหาคนรอบข้าง เพราะนั่นจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม!

สมมติว่า จู่ๆ เพื่อนสนิทยกเลิกนัดกะทันหัน แน่นอนว่า ทันทีที่รู้ คุณคงรู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ แต่การเก็บความโกรธ แล้วสาดอารมณ์ใส่คนรอบข้างหรือคนในครอบครัว อาจทำให้เขาไประบายอารมณ์กับคนอื่นๆ ต่อ หรือกระทั่งลูกของคุณเอง และท้ายที่สุด ครอบครัวคุณก็จะเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโกรธแค้น เกลียดชัง

ดังนั้น เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกไม่โอเค… เริ่มจากตั้งสติ หาสาเหตุของอารมณ์นั้น แยกแยะ และพยายามระงับมันให้ได้… อย่าปล่อยให้อารมณ์ของคุณเดือดดาล และพลุ่งพล่าน จนเผลอไปทำร้ายคนอื่นล่ะ!

บทความโดย LEARNING HUB THAILAND

Comments

comments