5 เคล็ดลับ เปลี่ยนคุณ…ให้ทำทันที!

  1. 16-03-2017

คุณเป็นอีกคน ที่ชอบพูดว่า “เดี๋ยวก่อน… เดี๋ยวค่อยทำ…” จนติดปากหรือเปล่า!? แล้วรู้ไหม… ในท้ายที่สุด สิ่งที่ต้องทำ แต่คุณบอกว่า “เดี๋ยวก่อน” กลับกลายเป็นว่า “ไม่เคยเกิดขึ้นเลย” เนื่องมาจากการ “เลื่อน” ของคุณไปเรื่อยๆ นั่นเอง

“การผัดวันประกันพรุ่ง” เลื่อนสิ่งที่ต้องทำไปก่อน ไม่ได้กระทบแค่ตัวคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังกระทบคนอื่นโดยคุณอาจไม่รู้ตัวอีกด้วย เช่นเรื่องง่ายๆ อย่างการที่แฟนคุณขอร้องให้พาหมาไปอาบน้ำ แต่คุณผัดผ่อนจนกระทั่งมันสกปรกมากๆ เห็บขึ้นเต็มตัว และกลายเป็นการสร้างงานให้ทั้งคุณและครอบครัวในภายหลัง

นั่นคือตัวอย่างเล็กๆ แต่บางครั้ง สิ่งที่ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องทำในตอนนี้ อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง กระทบทั้งความสัมพันธ์ สุขภาพ และการเงินของคุณในอนาคต ก็เป็นได้… เพื่อไม่ให้ติดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง เรามี “5 เคล็ดลับ เปลี่ยนคุณให้ทำทันที” ดังนี้…

 

1. หาเหตุผลของการไม่ทำทันที

 

คุณต้องมองให้ออกว่า ทำไมคุณถึงไม่อยากทำมันตอนนี้… ทำไมถึงอยากเลื่อนมันออกไป… บางอย่างอาจเป็นเพราะความกลัว ความไม่แน่ใจ ความขี้เกียจ หรือการที่คุณยึดติดกับคำว่า “สมบูรณ์แบบ” มากเกินไป

บางคนอาจกลัวความเปลี่ยนแปลง หรือกลัวชีวิตจะเปลี่ยนไป แต่พวกเขากลับลืมไปว่า ถ้าพวกเขาไม่เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ อาจทำให้ชีวิตพวกเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดความอ้วน คุณมักหลอกตัวเอง ว่ากินแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยเริ่มลดพรุ่งนี้ก็ได้ สุดท้ายกลับไม่ทันการณ์ คุณตรวจพบไขมันสูง และน้ำตาลในเลือดสูง เสียแล้ว!

เพราะฉะนั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน คุณควรเริ่มจากการถามตัวเอง มีสติ และรู้ทันในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ เช่น ถามตัวเองว่า ถ้าฉันไม่ทำตอนนี้จะมีผลเสียอะไรบ้างในภายหลัง.. ทำไมฉันต้องทำตอนนี้ ไม่ควรเลื่อนออกไป.. พยายามจดมาเป็นข้อๆ เพื่อที่จะได้เห็นภาพของตัวเองได้ชัดขึ้น..

 

2. ขอเวลา 5 นาที ไม่ได้นานเท่าไหร่หรอก

 

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุด คือ “การเริ่มต้นลงมือทำ” คุณแค่ให้เวลากับตัวเองสักประมาณ 5 นาที เริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง… หลังผ่านจุดเริ่มต้นมาได้ คุณจะรู้สึกว่า “มันไม่ยากที่จะทำที่เหลือจนจบ”

และอย่าลืมว่า ในตอนที่คุณกำลังลงมือทำอยู่นั้น จงมีสมาธิ อย่าให้มีอะไรมาส่งผลให้คุณหยุดทำ! และถ้าวันนี้คุณยังทำมันไม่เสร็จ คุณควรจัดสรรเวลาในวันพรุ่งนี้ เพื่อทำมันต่อทันที อย่าหยุด หรือขาดช่วง และเมื่อคุณเริ่มทำครั้งต่อไป คุณแค่บอกตัวเองว่า ขอเวลา 5 นาทีเพื่อเริ่มต้น สุดท้ายคุณจะพบว่า โครงการที่คุณค้างๆ คาๆ มีความคืบหน้าไปมากกว่าที่คุณคิด…

 

3. จดจ่อกับความรู้สึกดีๆ หลังจากที่คุณทำเสร็จ

 

คุณลองนึกภาพตัวเองว่า “ถ้าคุณทำโครงการนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์” คุณจะรู้สึกอย่างไร? ชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร? และถ้าคุณไม่ได้เริ่มทำสักที คุณจะเห็นภาพตัวเองเป็นแบบไหน?

คุณลองจินตนาการภาพเหล่านั้นในหัว รวมถึงความรู้สึกทั้งสองอย่าง… ในแบบที่ว่า ถ้าคุณไม่เริ่มทำตอนนี้ กับตอนที่คุณทำมันเสร็จแล้ว จะมีผลกับคนรอบข้างและชีวิตคุณมากน้อยแค่ไหน?

และเพื่อเพิ่มความสมจริงให้มากขึ้น คุณลองเขียนและจำลองเหตุการณ์สมมติในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในภายภาคหน้า อีก 3-5 ปีข้างหน้า คุณจะมีความรู้สึกภาคภูมิใจ พอใจ ตื่นเต้น รู้สึกดี ถ้าคุณได้ลงมือทำจนสำเร็จ หรือคุณจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ขายขี้หน้า เป็นไอ้ขี้แพ้ ผิดหวังในตัวเอง เสียดายเวลา ถ้าคุณเลื่อนออกไปเรื่อยๆ และสุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือทำ

ถ้าคุณเข้าใจผลการกระทำของคุณแล้ว ย่อมเป็น “ตัวกระตุ้นชั้นดี” ให้คุณจัดสรรเวลาและจัดเรียงอันดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำในชีวิตใหม่ และการ “ทำทันที” ก็จะเริ่มขึ้น!

 

4. มองหาความสนุกจากสิ่งที่ทำ

 

บ่อยครั้ง ด้วยโครงการที่ดูยิ่งใหญ่ และบางโครงการก็ต้องใช้พลังชีวิต ใช้เวลา และความตั้งใจอย่างมาก ส่งผลให้คุณรู้สึกกดดัน จนกลายเป็นว่าทำให้ทุกอย่างช้าลง และนำไปสู่การเลื่อนไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด

ถ้าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งที่รู้ว่าเป็นโครงการที่ดี แต่กลับไม่พร้อมที่เริ่มลงมือสักที คุณควรหาทางทำให้งานชิ้นนี้ของคุณ เป็นงานที่น่าสนใจ สนุก และเพลิดเพลิน… คุณอาจใช้ดนตรีทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น เปลี่ยนบรรยากาศไปร้านกาแฟ ชวนเพื่อนมาร่วมด้วย…

แม้ว่าการมีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ทำ อาจไม่ได้ทำให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังดีกว่าที่คุณเลื่อนมันออกไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ลงมือทำมันเลย…


5. บอกให้คนอื่นรู้ ว่าคุณตั้งใจทำอะไร


การที่คุณ “บอกให้คนอื่นรู้” ว่าคุณกำลังทำโครงการอะไรบางอย่าง ไม่ได้เป็นการร้องขอกำลังใจ หรือขอยอดไลค์จากคนอื่น แต่เพื่อเป็นการทำให้มีคนคอย “ย้ำเตือน” ในสิ่งที่คุณอยากทำ และลดข้ออ้างส่วนตัวต่างๆ ที่จะทำให้ไม่ได้ลงมือทำสักที!

และมันไม่จำเป็นที่คุณต้องประกาศให้ทุกคนรู้ คุณอาจบอกเพื่อนสนิทของคุณเพียงคนเดียว เพื่อที่เขาหรือเธอจะได้คอยเตือนสติคุณ ในเวลาที่คุณขี้เกียจและหาข้ออ้างให้ตัวเอง… นอกจากนี้ เพื่อนของคุณอาจมีคำแนะนำดีๆ มีตัวช่วยอื่นๆ ที่ทำให้คุณทำภารกิจสำเร็จเร็วขึ้น เช่น คุณอยากลดความอ้วน แต่กลับเลื่อนแล้วเลื่อนเล่ามาหลายปี เพื่อนของคุณอาจมีเทรนเนอร์ฝืมือดี สามารถรับมือกับนิสัยของคุณได้ หรือบางคนอาจมีโปรโมชั่นฟิตเนสดีๆ มาชวนคุณออกกำลังกาย ก็เป็นได้…

 

เรียบเรียงโดย LEARNING HUB THAILAND

Comments

comments