9 สัญญาณที่ดี บ่งบอก “ความสัมพันธ์ที่ใช่”

“บางช่วงบางขณะ คุณก็ไม่รู้ว่ากำลังเดินอยู่ที่ไหนในชีวิต แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าใครคือคนที่กำลังเดินอยู่เคียงข้างกัน นั่นแหละที่สำคัญกว่า…” แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไร ว่ากำลังคบหากับ “คนที่ใช่” อยู่รึเปล่า ?

  1. Love-Lesson


“บางช่วงบางขณะ คุณก็ไม่รู้ว่ากำลังเดินอยู่ที่ไหนในชีวิต
แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าใครคือคนที่กำลังเดินอยู่เคียงข้างกัน นั่นแหละที่สำคัญกว่า…”
แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไร ว่ากำลังคบหากับ “คนที่ใช่” อยู่รึเปล่า ?

นี่อาจเป็นหนึ่งในคำถามที่หลายคนสนใจ แต่ก่อนที่จะอ่านต่อ อยากให้คุณลองถามตัวเองว่า “ความสัมพันธ์ที่ใช่” สำหรับคุณ มันเป็นอย่างไรล่ะ ?

แม้ว่าคำตอบเหล่านี้อาจจะดูจับต้องไม่ได้ แต่ในทุกความสัมพันธ์นั้น มันมีสัญญาณที่จะบอกแนวโน้มว่ากำลังไปถูกทาง ดังนั้นลองมาตรวจสอบตัวชี้วัดทั้ง 9 ข้อนี้กัน ว่าเราอยู่ใน “ความสัมพันธ์ที่ใช่” อยู่หรือเปล่า ถ้าหากว่าไม่ใช่ เราอาจจะใช้เป็นแนวทางให้บางอย่างดีขึ้นมาได้…

1.ไม่มีใครที่กำลังอดทนอยู่

หลายครั้งในชีวิต เราทำให้เรื่องของความสัมพันธ์เป็นเรื่องยากและซับซ้อนเกินไป มันมักจะเริ่มขึ้นด้วย จากบทสนทนากลายเป็นการพิมพ์ข้อความ ความรู้สึกกลายเป็นสิ่งที่ต้องเก็บซ่อนไว้ เซ็กส์กลายเป็นแค่เกม คำว่ารักค่อยๆหายไป ความซื่อสัตย์นั้นน่าสงสัย เพราะความไว้ใจนั้นน่าคลอนแคลน ความไม่มั่นคงในใจกลายเป็นเรื่องปกติ ความเกรี้ยวโกรธกลายเป็นพฤติกรรม ความเจ็บใจกลายเป็นความเคยชิน และสุดท้าย การวิ่งหนีจากทุกสิ่งเหล่านี้ กลายเป็นทางออก…

หยุดวิ่งหนีเถอะ หันหน้าเผชิญกับมัน แก้ไขปัญหาด้วยการสื่อสาร ยอมรับ ให้อภัย และให้ความรักอีกครั้ง คนในชีวิตของคุณยังรอคอยสิ่งเหล่านี้อยู่ เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่ากำลังอดทน มันอาจดีกว่าที่จะเผชิญหน้าและพูดความจริงในใจออกมา

2.มีความคิดและมุมมองที่ตรงกัน

ถ้าฝ่ายหญิง เริ่มด้วยการแต่งตัวตามสบายมาคบหากับฝ่ายชาย แล้วก็ไม่เคยบอกกับเค้าว่า เธอต้องการความสัมพันธ์ที่จริงจัง ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า ฝ่ายชายจะไม่คบเธอจริงจังเช่นกัน ดังนั้นถ้าคุณอยากทำให้อีกฝ่ายประทับใจถึงความสบายๆของคุณ และในใจก็นึกอยากให้ความสัมพันธ์นั้นคืบหน้าไป บางครั้งการที่ตรงไปตรงมาตั้งแต่เริ่มต้นจะดีกว่า อย่างน้อยคุณก็รู้ว่าคุณต้องการแบบไหน
อย่าเสียเวลาอ้อมค้อม ถ้ามีใครเกิดกลัวแล้ววิ่งหนีออกจากความสัมพันธ์ไป เพราะเห็นว่าคุณตรงไปตรงมาและยังมีการขีดเส้นที่ชัดเจนไว้ด้วยล่ะก็ ยังไงซะคนๆนั้นก็ไม่ใช่ ”คนที่ใช่” ของคุณอยู่ดี

3.สื่อสารอย่างเปิดกว้าง ชัดเจน และตรงไปตรงมา

ในความสัมพันธ์ที่ใช่ คุณจะไม่ต้องกังวลกับการสนทนาใดๆเลย ขอให้พูดออกมาและด้วยความสัตย์จริง มากกว่าการเก็บงำไว้แล้วก็ไม่ได้ไปถึงไหน “พูดในสิ่งที่คุณคิด และหมายความในสิ่งที่พูด” อย่าคาดหวังว่าคนๆนั้นจะสามารถอ่านใจคุณออก อย่าเล่นเกมกับความรู้สึกของใคร อย่าบอกความจริงเพียงครึ่งเดียว แล้วคาดหวังว่าเค้าควรจะเชื่อใจคุณสิ อันนั้นมันไม่ต่างจากการโกหกสักเท่าไหร่

ฟังโดยไม่ปกป้องตัวเอง และพูดโดยไม่ก้าวล่วงผู้อื่น การสื่อสาร ไม่ได้เป็นเพียงส่วนสำคัญของความสัมพันธ์ แต่มันคือความสัมพันธ์ หลายครั้งที่ความสัมพันธ์ต้องล้มเหลว มักมีสาเหตุมาจาก ความไม่ไว้วางใจ ไม่มีพันธะสัญญาต่อกัน และมากที่สุดคือปัญหาเรื่องการสื่อสาร ดังนั้นขอให้มีความซื่อสัตย์ต่อกัน จริงจัง จริงใจ และสื่อสารเสมอ

4.แสดงออกซึ่งความรัก อย่างสม่ำเสมอ

หล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับคนๆนั้นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยคำพูด ด้วยการกระทำ เช่น คำบอกรัก การสนับสนุนเขาในเรื่องต่างๆ ดูแลในเรื่องเล็กๆน้อยๆให้ในทุกวัน แสดงว่าคุณนั้นใส่ใจและห่วงใย ให้คนนั้นเห็นว่า คุณให้ความสำคัญกับเขาเพียงใด

ในความเป็นจริงแล้ว คุณสามารถใช้คำขอโทษ ได้เป็นพันๆครั้ง หรือบอกรัก ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่ถ้าคุณไม่แสดงออกเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่คุณพูดเหล่านั้นเป็นจริง ก็เปล่าประโยชน์ “หากการกระทำไม่สอดคล้อง คำพูดก็ไร้ซึ่งความหมาย” ความสัมพันธ์ที่ใช่ จะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีความจริงใจจากทั้งสองฝ่าย

5.หยุดคาดหวังในความสมบูรณ์แบบ

ในความสัมพันธ์ใดๆที่เป็นจริงนั้น ย่อมไม่มีความสมบูรณ์แบบ แต่หากคุณมีเจตจำนงที่จะทำให้ดีที่สุดและก้าวข้ามผ่านเวลาที่ยากลำบากร่วมกันกับเค้าแล้วล่ะก็ สิ่งที่ได้กลับมาอาจเป็นยิ่งกว่าฝันไป

หากในขณะนี้ เพื่อนที่ดีที่สุดหรือคู่รักของคุณ ยังดูห่างไกลกับคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่มองดูในอีกแง่ พวกเขาอาจ “สมบูรณ์แล้ว” สำหรับคุณก็ได้ เมื่อใดที่คุณหยุดคาดหวังว่าพวกเค้าจะเป็นแบบที่คุณต้องการ คุณก็จะเริ่มพบกับความสุขและยอมรับได้กับสิ่งที่พวกเขาเป็น
หากคุณตระหนักว่า ในทุกๆความสัมพันธ์ย่อมมีปัญหา สุดท้าย สิ่งที่ทำให้มันสมบูรณ์แบบได้ก็คือ เมื่อคุณไม่ต้องการจะเปลี่ยนใจไปที่ใดอีก แม้ว่าในตอนนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากต่อกันก็ตาม

6.มีความซื่อตรง ที่จะเปราะบางและเป็นจริงต่อกัน

แม้ว่ามันจะฟังดูเสี่ยงไปสักหน่อย แต่ “ความรักที่เข้มแข็งที่สุด ก็คือความรักที่ทำให้คุณรู้สึกเปราะบางที่สุด” นั่นเอง มันคือความกล้าที่จะเผยความในใจอย่างซื่อตรง กล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดอย่างจริงใจ มันคือการอยู่เคียงข้างคนๆหนึ่ง ทั้งในช่วงเวลาที่ดีและเลวร้าย คุณยังยืนอยู่ตรงนั้น ในช่วงเวลาที่เขาต้องการคุณมากที่สุด

“เปิดหัวใจของคุณออก ดำรงอยู่กับคนที่คุณรัก อนุญาตให้ตัวเองได้สัมผัสเขาอย่างแท้จริง” ทำลายเกราะกำแพงแห่งจิตใจที่คุณสร้างกำบังไว้รอบๆตัว สัมผัสทุกๆอารมณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในด้านดีและไม่ดี นี่แหละคือชีวิตจริง นี่คือวิธีที่จะต้อนรับและสัมพันธ์กับมนุษย์อีกคนหนึ่งอย่างแท้จริง

7.เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ระหว่างอิสระและทีมเวิร์ค

ตระหนักว่า เราไม่สามารถบังคับใครให้มารักเราและอยู่กับเราได้ เราจึงไม่สมควรที่จะร้องขอให้ใครอยู่ ในเมื่อเขาต้องการจะไป และเช่นกัน เราก็ไม่ควรรู้สึกเหมือนติดกับ อยู่ในความสัมพันธ์ที่เราไม่ต้องการ

ความเป็นจริงแล้ว “เมื่อใครคนใดคนหนึ่งรู้สึกติดกับ นั่นก็ไม่เรียกว่าความสัมพันธ์ เพราะในความสัมพันธ์ย่อมเกิดจาก ”ความอิสระ และพื้นฐานที่เข้มแข็งของทีมเวิร์ค” นั่นจึงจะเป็นพาหนะที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราพบกับความเติบโตและมีความสุข การเดินทางที่สำคัญในชีวิต คือการได้พบกันครึ่งทางกับคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งมันจะสำเร็จได้ด้วยการร่วมกันคิดและทำเป็นทีม มากกว่าจะทำคนเดียวหรือกระทั่งขัดขวางกัน ต่างคนต่างเสริมกันให้เป็นวงกลมที่เต็มใบ ความเข้มแข็งในความสัมพันธ์ย่อมขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของคน 2 คน และขึ้นอยู่กับคุณภาพของความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน

และขอให้ตระหนักว่า ความสัมพันธ์แบบที่จะให้เวลาเท่าๆกันแบบ 50-50 นั้นหายากมาก คุณจะไม่สามารถรู้สึกว่าได้รับเวลาจากใคร 100% หรือแม้กระทั่ง 50% ก็ตาม เพราะชีวิตไม่สามารถคาดการณ์ได้ง่ายๆแบบนั้น ดังนั้นในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี เมื่อวันที่คุณยังให้เวลาได้แค่ 20% อีกฝ่ายอาจต้องให้ 80% และก็อาจสลับกันได้ “มันจะไม่มีจุดตรงกลาง เป็นแต่เพียงหาจุดสมดุลที่คน 2 คนจะปรับตัวให้เวลากับอีกฝ่าย เท่าที่จำเป็นโดยที่ตัวเองไม่เสียอิสระไป” แล้วก็เป็นผู้ให้มากขึ้นอีกหน่อย หากว่าอีกฝ่ายเขาก็มีความจำเป็นเช่นกัน

8.การเติบโต คือการโอบอุ้ม เฉลิมฉลองและแบ่งปัน

ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่การค้นหาใครอีกคนมา แล้วสละความเป็นตัวเองเพื่อเข้าไปหาเค้า แต่มันคือ “การเจอใครสักคน แล้วพบว่า มีคุณสามารถเป็นตัวเองได้เมื่ออยู่กับเค้า” เมื่อคุณเจอกับใครสักคนที่พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนแท้หรือคู่รักของคุณ พวกเค้าจะช่วยให้คุณได้ค้นพบสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคุณเอง ความสัมพันธ์แบบนี้ทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่ได้ค้นพบสิ่งที่ดีที่สุดในตัวกันและกัน หากแต่ทั้งสองฝ่ายจะเติบโตได้ดีที่สุดจากการที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน และหล่อเลี้ยงดูแลให้อีกฝ่ายเติบโต

เมื่อคุณพิจารณาอย่างซื่อตรง จะพบว่าในความสัมพันธ์กับคู่ของคุณนั้น จะไม่เป็นเพียงแค่การให้และการรับเท่านั้น (ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำ การแก้ปัญหา คำพูด ของขวัญ หรืออื่นๆ) แต่คุณทั้งสองเลือกที่จะ “โอบอุ้มประสบการณ์ความเจ็บปวด เฉลิมฉลองในทุกอารมณ์แห่งความสุข แบ่งปันการใช้ชีวิตทั้งช่วงที่ดีและยากลำบาก” และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ทั้งสองจะอยู่เคียงข้าง เรียนรู้ และเติบโตไปด้วยกัน

9.คนภายนอกไม่สามารถกล้ำกราย

ในสายตาของคนภายนอก ดูเหมือนในความสัมพันธ์ของสองคน มักจะดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก ดังนั้นก็อย่าให้พวกเขามามีอิทธิพลกับการตัดสินใจใดๆของคุณ “ถ้าคุณมีประเด็นปัญหากับใคร ก็ให้เคลียร์ใจกับคนนั้น” ไม่ใช่กับคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
ใช้ชีวิตของคุณ ด้วยวิถีของตนเอง มันเป็นหน้าที่และมีเราคนเดียว ที่จะสามารถตัดสินใจว่า ความสัมพันธ์นี้ใช่สำหรับเราหรือไม่ อย่าใส่ใจเกินไปว่าใครจะคิดอย่างไร หรือต้องการให้เราเป็นยังไง แต่เริ่มที่จะใช้ชีวิตของตนเอง ตัดสินใจด้วยตนเอง
สัญญาณที่ดีทั้ง 9 ข้อนี้ จะบ่งบอกความสัมพันธ์ที่ใช่ แล้วสัญญาณในความสัมพันธ์ของคุณล่ะ เป็นอย่างไร…

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา อะไรคือสัญญาณที่ดี ของความสัมพันธ์ที่ใช่ ใครมีความลับหรือเทคนิคที่จะแชร์มั้ยครับ เชื้อเชิญให้ร่วมแบ่งปันความคิดและประสบการณ์ในพื้นที่ด้านล่างนะครับ

เครดิตบทความ  9 Good Signs You’re in the Right Relationship โดย MARC CHERNOFF
แปลและเรียบเรียง โดย เรือรบ
…………………….

Comments

comments