DIALOGUE : บริหารงานได้ผล คนเป็นสุข

  1. Dialog-Happy-ness02

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทักษะสำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นผู้บริหาร คือ “การฟัง”

มีปัจจัยหลายอย่าง ที่ทำให้ประสิทธิภาพการฟังของผู้บริหารลดลง อาจเป็นด้วยเวลาจำกัดและภาระงานที่มากมาย หรืออาจด้วยประสบการณ์ ความรู้ ความอาวุโส ทำให้ “พอฟังยังไม่ทันจบ ก็รีบตัดบท” เพราะคิดว่า “รู้อยู่แล้ว” ดังนั้น ดูเหมือน “ยิ่งอาวุโสมาก ทักษะการฟังยิ่งลดลง” เป็นสัดส่วนผกผันกันไป

และคงปฏิเสธไม่ได้อีกว่า ในองค์กรมีการฝึกทักษะการทำงาน การพูด และทักษะอื่นๆ อีกมากมาย แต่สำหรับ “ทักษะการฟัง” นั้น ผู้บริหารองค์กรส่วนใหญ่ ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร เรื่องการฟัง ไม่เห็นความจำเป็นต้องฝึกเลย

ผลกระทบที่พบเจอ คงไม่พ้น “ปัญหาเรื่องคน” ซึ่งปัญหาใหญ่ๆ มักจะเริ่มด้วยสาเหตุเล็กๆ เช่น การสื่อสารไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แล้วกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างกันในการทำงาน ก่อตัวเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอย นานเข้า เกิดการแบ่งแยกเป็นกลุ่มๆ ส่งผลให้ขาดประสิทธิภาพการทำงานและการประสานงาน สุดท้ายจบลงด้วยอัตราการลาออกที่เพิ่มสูงขึ้น

ในแต่ละปี องค์กรต้องสูญเสียคนเก่งและมีความสามารถออกไป เพราะสาเหตุเล็กนิดเดียว นั่นคือ “เราไม่ฟังกัน”

สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่องค์กรต้องเผชิญ แต่จะมีทางแก้ไขอย่างไร….

ไดอะล็อก คือ การสนทนาด้วยการรับฟังอย่างลึกซึ้ง และไม่ด่วนตัดสิน

“ไดอะล็อก” เป็นกระบวนการสำคัญที่ใช้ในการฝึกทักษะการฟัง เป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทั้งยังเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างทีมงาน  มีกรณีศึกษาตัวอย่าง จากผู้บริหารธุรกิจวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม ที่มีผลงานชนะเลิศด้านพลังงานระดับอาเซียนถึง 6 ปีซ้อน

ผู้บริหารหญิงวัย 59 ปี ท่านนี้ มาฝึกไดอะล็อกกับผมอย่างต่อเนื่อง แล้ววันหนึ่งก็เขียนจดหมายมาเล่า ว่าได้นำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรอย่างไร ต่อไปนี้เป็นเนื้อความบางส่วนในจดหมายของท่าน

“โดยทั่วๆ ไปแล้ว ในการทำงาน เมื่อเราคุยกับลูกน้อง เราจะฟังไปคิดไป มีข้อมูลมากมายวิ่งอยู่ในหัว และยิ่งมีตำแหน่งหน้าที่ หรือความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ มาเกี่ยวด้วย ทำให้ยิ่งต้องคิดหนัก ไม่เคยได้ตั้งใจฟังจนจบ เราก็มักจะมีข้อมูลที่แน่นหนา พร้อมสวนกลับทันทีที่ได้ยินอะไรไม่ถูกไม่ควร กติกาที่สำคัญในการไดอะล็อก คือการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน

“เพราะในการตัดสิน เราจะต้องวิเคราะห์หาเหตุและผล ใช้ความคิดมากในขณะรับฟัง เมื่อได้นำทักษะการฟังจากวงไดอะล็อก มาใช้ในการทำงาน ทำให้เรามีความช้าลงในการตัดสิน ไม่คอยจ้องแต่จะสอนงาน หรือจับผิดอย่างเดียว มีโอกาสได้ฟังความคิดเห็นของลูกน้องจนจบ

“เมื่อเราลดการตัดสินความคิดเห็นของพวกเขา ทำให้บรรยากาศในการทำงานผ่อนคลายตามไปด้วย เกิดผลดี คือได้ความคิดเห็นที่ดีๆ มากขึ้น หลากหลายขึ้น ลูกน้องเริ่มกล้าแสดงออกมากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องแนะนำมาก มันจึงช่วยลดภาระในการตัดสินใจ เพราะเขาจะกล้าคิดกล้าทำมากขึ้น ทั้งหมดนี้ ทำให้ใจเราโล่งได้ระดับหนึ่ง และถ้าทำได้มากขึ้น ใจคงเบาสบายมากขึ้น

“ประสบการณ์จากการร่วมวงไดอะล็อก ทำให้เราได้ฝึกความซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ได้เห็น สิ่งที่ได้ยิน ก่อนที่จะตัดสิน ด้วยการค้นหาข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจ ก่อนที่จะเชื่อ ทำให้ดิฉันเริ่มระมัดระวังและเตือนตัวเองให้รู้จักแยกแยะ ว่าสิ่งที่กำลังได้ยินนั้น เป็นข้อมูลจากความจริง หรือเป็นความคิดเห็นจากการตีความของผู้พูดเอง ซึ่งเมื่อนำไปใช้ ก็จะทำให้เราสามารถตัดสินใจในสิ่งต่างๆ อย่างเป็นกลางมากขึ้น ไม่ลำเอียงเข้าข้างความคิดเห็นฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือกระทั่งลำเอียงเข้าข้างความคิดตัวเอง

“ความรู้สึกที่เคยหนักอึ้ง มาจนถึงปลายทางของชีวิตการทำงาน แต่เมื่อได้มาพบหนทางแห่งการฝึกตน ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะนำมาใช้ ในช่วงเวลามีค่าที่เหลืออยู่ คงทำให้ดิฉันได้ก้าวไปในการเดินทางแห่งความสุขบ้าง ก็เป็นได้”

จากกรณีศึกษา จะเห็นว่า “ทักษะการฟัง” ถือเป็นปัจจัยสำคัญของภาวะผู้นำ

การที่ผู้บริหารปรับทัศนคติและพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย สามารถช่วยพัฒนาทีมงาน ส่งเสริมให้ลูกน้องคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และภาคภูมิใจในตนเอง

หากได้มีการนำ “กระบวนการไดอะล็อก” มาประยุกต์ใช้ในองค์กร ถือเป็นนวัตกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลกระทบสูง นอกจากจะได้ประโยชน์จากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทีมงานแล้ว จะได้เรื่องการจัดการความขัดแย้ง การบริหารความสัมพันธ์ เป็นการปลูกฝังภาวะผู้นำ ค่านิยม และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในระยะยาว

เรียกว่า “งานได้ผล และคนก็เป็นสุข” ไปพร้อมๆ กัน…

บทความโดย เรือรบ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการสื่อสารและการฟัง


ปล. หากคุณต้องการฝึกฝน “ทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง” และอยากสัมผัสประสบการณ์เข้าร่วมวงไดอะล็อก ขอแนะนำกิจกรรม “ชุมชนแห่งการฟัง” โดย เรือรบ กิจกรรมฟรีเพื่อสังคม ซึ่งจัดทุกต้นเตือน ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

ส่วนวิธีการทำไดอะล็อกนั้นจะเป็นอย่างไร ติดตามในตอนต่อไป กับ “หลักการพื้นฐาน 3 ประการ ของ Dialogue” ครับ

Comments

comments