DIALOGUE ในองค์กร (ตอนที่ 1)

  1. Dialog-Busines-02

จากตอนที่แล้ว เราได้พูดถึง “หลักการพื้นฐาน 3 ประการของการทำไดอะล็อก” สำหรับตอนนี้ เราจะมาทำความเข้าใจ “รูปแบบการทำไดอะล็อกในหน่วยงาน หรือองค์กร” เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจลองนำไปปรับใช้

พึงระลึกว่า การนำไปฝึกฝนและปฏิบัติเท่านั้น จึงจะทำให้เราสัมผัส “ไดอะล็อก” ได้อย่างแท้จริง แม้การอ่านอย่างตั้งใจ และมีความเข้าใจในทฤษฎีทั้งหมดแล้ว ก็เป็นเพียง 10% ของประสบการณ์จริงเท่านั้น

การจัดสถานที่

ควรเลือกให้อยู่ในพื้นที่สงบ ปราศจากเสียงรบกวน และมีความสบายเพียงพอ โดยมากหากจะได้ผล ควรจัดให้นั่งล้อมกันเป็นวงกลม โดยไม่มีโต๊ะหรือสิ่งขวางกั้นอยู่กลางวง และหากเป็นไปได้ ให้นั่งกับพื้น หรือบนเบาะรองนั่ง สร้างความรู้สึกเท่าเทียม โดยไม่มีประธานของกลุ่ม

เพื่อความสะดวกสำหรับผู้เริ่มใหม่ อาจตั้ง “ผู้มีประสบการณ์ในการทำไดอะล็อก” คอยเป็นผู้อำนวยวง หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ฟา” (Facilitator) เพื่ออธิบาย คอยดูแลกติกาของกลุ่ม และจับประเด็นในการพูดคุย… สมาชิกในการพูดคุย อาจเริ่มจาก 4-5 คน ไปจนถึง 20 คน…

ระยะเวลาที่ใช้

ควรมีเวลาอย่างต่ำราว 2-3 ชั่วโมงต่อครั้ง แล้วแต่ขนาดของกลุ่ม

โดยมาก ชั่วโมงแรก บรรยากาศจะยังอึดอัดและไม่คุ้นชิน (Stress) การสนทนาในวงจะเริ่มเลื่อนไหล (Flow) ในชั่วโมงที่สอง เมื่อเข้าสู่ชั่วโมงที่สาม จะเกิดการใคร่ครวญภายในตน และเริ่มดำดิ่งลงลึกในการค้นหาคำตอบของตัวเอง (Deep Inquiry) โดยมากจะรู้สึกอิ่มเอมและผ่อนคลาย (Relax) ในตอนจบ โดยไม่จำเป็นต้องตกตะกอนความคิดได้ในทุกครั้งที่ทำกระบวนการ

การเปิดวงไดอะล็อก Check in

นั่นคือการพูดแสดงความรู้สึกสดๆ ในขณะนั้น ทีละคน เพื่อเป็นการให้กลับมาสัมผัส รับรู้ และมีสติอยู่กับปัจจุบัน อาจพูดถึงความรู้สึกเป็นห่วง เป็นกังวลในขณะนั้นก็ได้ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและสามารถละวางเรื่องราวภาระหน้าที่ต่างๆ ไว้นอกวงชั่วคราว

ให้รู้สึกว่าตนได้วางตำแหน่ง หน้าที่ คุณวุฒิ วัยวุฒิ ยศศักดิ์หรือฐานะลงไว้ก่อน รู้สึกเท่าเทียมกับเพื่อนร่วมวง รู้สึกเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ก่อนที่จะเริ่มพูดคุยในรอบต่อไป

รอบที่สอง การสนทนาที่ไม่มีหัวข้อ หรือ Free Talk

หลังจากเช็คอินครบทุกคนแล้ว ให้เริ่มผลัดกันพูดทีละคน โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ ใครจะสมัครใจพูดก่อนก็ได้ รอให้คนหนึ่งพูดจบก่อน แล้วอาจยกมือพอให้เป็นสัญญาณ ว่าเราขอเป็นคนพูดต่อไป โดยอยากจะพูดหัวข้อใดก็ได้ตามใจ ไม่จำเป็นต้องพูดหัวข้อเดียวกัน อยากจะเปลี่ยนหัวข้อ ข้ามหัวข้อ เป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะความตั้งใจในการคุย เราไม่ได้มาฝึกพูด แต่เรามาฝึกที่จะ “ฟัง”

ใครไม่พร้อมก็ไม่จำเป็นต้องพูด คนที่เหลือก็เป็นผู้ฟังที่ดี ระหว่างที่ฟังนั้น ให้สังเกตอารมณ์ความรู้สึกภายในใจของตน สังเกตสิ่งที่ได้ยินและสิ่งที่เราตีความ การตัดสินถูก-ผิด ความชอบใจ ความไม่ชอบใจ หรือไม่เห็นด้วย

ยิ่งเราอึดอัดขัดข้อง อยากพูดค้านมากเท่าใด แสดงว่าเราสามารถจับการตัดสินของตนเองได้แล้ว ให้โอกาสตนเองได้ห้อยแขวนคำตัดสินนั้นไว้ก่อน แล้วฟังต่อจนจบ

การสนทนาแบบใหม่เช่นนี้ อาจทำให้อึดอัดและรู้สึกฝืนในช่วงแรก

แต่หากเราทำได้ จะเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้พูดเสมอกัน เป็นการสร้างพื้นที่ที่เท่าเทียมและปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น หากเป็นวงสนทนาเพื่อทำการจัดการความรู้ (KM) ก็จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้พูดสามารถค่อยๆ ลำเลียงองค์ความรู้ภายในออกมาได้ เรายังไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินว่าถูกหรือผิด เพราะจะปิดกั้นความรู้สึกอยากแบ่งปันออกไป

ยิ่งการหาไอเดียใหม่ๆ ด้วยการระดมความคิด (Brain Storming) โดยใช้วิธีนี้ ยิ่งจะมีประโยชน์ เพราะความเห็นเพียงเล็กๆ กับเรื่องง่ายๆ หรือเรื่องธรรมดาๆ ก็อาจเปิดช่องให้สร้างโอกาส หรือความเป็นไปได้อันยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ในทางตรงกันข้าม หากเราด่วนตัดสินใจหรือวิพากษ์วิจารณ์ความคิดใดๆ อาจทำให้ผู้คนเสียความรู้สึก และไม่อยากเสนอความคิดอื่นๆ อีกเลย ก็เป็นได้

การดำเนินการพูดคุยในวง ก็จะเป็นไปอย่างธรรมชาติ วนไปเรื่อยๆ จนครบเวลา…

บทความโดย เรือรบ ผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาการสื่อสารและการฟัง


ปล. หากคุณต้องการฝึกฝน “ทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง” และอยากสัมผัสประสบการณ์เข้าร่วมวงไดอะล็อก ขอแนะนำกิจกรรม “ชุมชนแห่งการฟัง” โดย เรือรบ กิจกรรมฟรีเพื่อสังคม จัดทุกต้นเตือน รายละเอียดคลิกที่นี่ครับ  

ในตอนหน้า จะอธิบายถึงขั้นตอนการปิดวง และประโยชน์ของกระบวนการนี้ต่อไป คลิกอ่านตอน 2 ที่นี่

Comments

comments