ควรคุยยังไง… กับคนไม่คุ้นเคย…

  1. 08-02-2017


เป็นเรื่องที่รู้กันดีว่า เวลาพบหน้ากันครั้งแรก เราจะต้องระวังคำพูด รู้อะไรควร-ไม่ควร ไม่ถามเรื่องราวของอีกฝ่ายมากจนเกินไป เลือกใช้คำพูดที่นุ่มนวล และเหลือทางออกให้อีกฝ่ายบ้าง… ไม่ควรทำอะไรให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดัน หรือไม่สบายใจ?

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กสาวคนหนึ่ง ตอนเธอไปหางานทำที่เมืองหลวง เธอได้ขออาศัยอยู่กับญาติ โดยเด็กสาวกับญาติไม่ได้พบหน้ามาหลายปีแล้ว แต่พอพบหน้ากัน ญาติพูดกับเธอว่า “อย่างเธอจะมีความสามารถอะไร การศึกษาก็ไม่ได้สูงมาก ความสามารถเฉพาะด้านก็ไม่มี อาศัยฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะมาหากินในเมืองหลวง คนที่นี่แท้ๆ ยังเอาตัวไม่ค่อยรอด น่าจะอยู่บ้านทำไร่ทำนาจะดีกว่า”

เด็กสาวแย้งว่า คนที่อื่นมาตั้งหลักปักฐานทำงานในเมืองหลวง ก็มีอยู่ไม่น้อย… “นั่นมันคนอื่น ไม่ใช่เธอ ท่าทางเธอแบบนี้ คงไม่ไหวหรอก คนอื่นรวยได้ แต่เธอคงยากหน่อย ฉันว่าเธอน่าจะไม่มีวาสนาได้เป็นคนรวยกับเขาหรอก”

คำพูดเหล่านี้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ และหมิ่นในศักดิ์ศรีของเด็กสาวอย่างมาก ความรู้สึกโดนคนดูถูกเหยียดหยาม จนถึงวันนี้เธอยังไม่ลืม… แต่ถึงอย่างไร คำพูดของญาติที่ทำร้ายเกียรติและศักดิ์ศรีของเด็กสาว ไม่สามารถทำให้เธอเสียใจในสิ่งที่ตนได้เลือกแล้ว เธอคิดอย่างมุ่งมั่นว่า “เมื่อคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน” 6 เทคนิคสร้างความน่าเชื่อถือ สำหรับนักศึกษาจบใหม่ ]

ในชีวิตจริง มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ใส่ใจหัวข้อการสนทนาเมื่อพบหน้ากันครั้งแรก เลือกเอาปัญหาที่อีกฝ่ายไม่ชอบหรือต้องการหลีกเลี่ยง มาเป็นหัวข้อสนทนา… การทำเช่นนี้อาจสะเทือนถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้อื่น และยังทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในสภาพที่อึดอัด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก…

เดล คาร์เนกี้ เคยกล่าวไว้ว่า “การพบหน้ากันครั้งแรก สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจอย่างมาก คือไม่ควรพูดอะไรจนเกินขอบเขต อย่าก้าวก่ายเรื่องของอีกฝ่ายมากจนเกินไป จะพูดอะไรก็ควรเหลือทางออกให้อีกฝ่ายบ้าง”

เวลาเราเจอคนคุ้นเคย ก็เป็นธรรมดาที่จะมีเรื่องให้พูดคุยกันได้ไม่รู้จบ แต่เวลาเจอคนแปลกหน้า กลับรู้สึกว่าไม่มีเรื่องอะไรให้พูดคุย ไม่รู้จะหาหัวข้อไหนมาสนทนา นอกจากคำทักทายตามมารยาท ก็หมดเรื่องพูด ทำให้ต่างฝ่ายต่างเก้อเขิน ทำอะไรไม่ถูก…

ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ถ้าไม่รู้จักวิธีพูดคุยสนทนากับคนแปลกหน้า ก็จะไม่อาจเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ ทำให้ผูกมิตรกับผู้อื่นได้ยาก 10 เทคนิคหาเพื่อนใหม่ ที่คุณดีใจที่ได้เจอ ]

มีเรื่องเล่าถึงผู้บริหารหญิงคนหนึ่ง เธอมีนิสัยเงียบขรึม ไม่ค่อยพูด ยิ่งเวลาเจอคนแปลกหน้า ก็ยิ่งปิดปากสนิท แม้ว่าในใจคิดอยากจะพูด แต่ในชั่วเวลานั้นกลับหาเรื่องมาพูดไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี ครั้งหนึ่ง เธอต้องไปประชุมนอกสถานที่ ต้องพบปะกับคนแปลกหน้าทั้งหมด

เธอกังวลมาก แต่จะทำอย่างไรได้ ถ้าไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้า จะปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายมาให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างไร? เธอปลอบใจตัวเองให้กล้า พยายามพูดคุยสนทนากับผู้อื่น แรกๆ ก็คุยเรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องเสื้อผ้าการแต่งตัว เรื่องสัพเพเหระทั่วไป จากนั้นหัวข้อในการสนทนาก็ค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น ยิ่งสนทนาก็ยิ่งถูกคอ ไม่นาน ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกคุ้นเคยสนิทสนมกันมากขึ้น

การสนทนากับเพื่อนใหม่ในครั้งแรก เนื่องจากต่างฝ่ายต่างยังไม่คุ้นเคยกัน ไม่เข้าใจกัน หัวข้อในการสนทนาจึงควรเปิดกว้างสักหน่อย ควรพูดคุยในเรื่องทั่วไป อย่าลงลึกมากเกินไป ถ้าอีกฝ่ายแสดงความสนใจในหัวข้อใดเป็นพิเศษ ค่อยเจาะลึกลงไปในเรื่องนั้น จากการสนทนาที่ลึกซึ้งลงไปเรื่อยๆ นี่เองที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างค้นพบจุดที่มีความสนใจตรงกัน

นอกจากนี้ “หัวข้อสนทนา” ยังขึ้นอยู่กับความแตกต่างของตัวบุคคลด้วย หากฝ่ายตรงข้ามมีอาชีพเป็นครูอาจารย์ เราก็ควรชวนเขาพูดคุยในเรื่องเกี่ยวกับการสอน หากอีกฝ่ายเป็นผู้ปกครองนักเรียน เราก็ควรหาเรื่องเกี่ยวกับเด็กมาพูดคุย…

หัวข้อสนทนาที่มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับตัวเขา ย่อมดึงดูดความสนใจจากเขาได้ง่าย ขอเพียงหาเรื่องที่มีความสนใจตรงกัน การสนทนาก็จะดำเนินไปด้วยความราบรื่น  [ 3 คำพูด สู่การมีชีวิตเปี่ยมพลัง ]

 

45 เทคนิค เปลี่ยน “ความอึดอัด”
ให้เป็น “มิตรภาพ” เมื่อต้องคุยกับคนไม่คุ้นเคย

1. ทักทายผู้อื่นก่อน
2. แนะนำตัวเองให้ผู้อื่นรู้จัก
3. กล้าเสี่ยงเข้าหา โดยไม่กลัวโดนปฏิเสธ
4. อย่าลืมเติมรอยยิ้มและอารมณ์ขัน
5. เริ่มคุยกับคนใหม่ๆ ด้วยหัวข้อที่หลากหลาย
6. พยายามจดจำชื่อของผู้อื่นให้ขึ้นใจ
7. ถามชื่อของอีกฝ่ายทันที ถ้าคุณลืม
8. แสดงท่าทีกระตือรือร้น ที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับผู้อื่น
9. เล่าเหตุการณ์สำคัญๆ ในชีวิตคุณ ให้ผู้อื่นฟังบ้าง
10. ทวนซ้ำประเด็นที่ผู้อื่นพูด เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณตั้งใจฟัง
11. เล่าเรื่องตื่นเต้นสุดประทับใจที่คุณเจอมาในชีวิต
12. ขยับเปลี่ยนพื้นที่ ไม่อยู่ประจำโซน จะได้เจอคนใหม่ๆ
13. เคารพความคิดเห็นและความเชื่อที่แตกต่าง
14. ระหว่างคุยกับผู้อื่น พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติ
15. เมื่อต้องเล่าสิ่งที่คุณทำ ควรเล่าสั้นๆ แต่ได้ใจความ
16. แนะนำตัวเองอีกครั้ง ถ้าดูเหมือนมีใครอาจจำชื่อคุณไม่ได้
17. พร้อมเสมอที่จะเล่าถึงความท้าทาย เกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำ
18. ระมัดระวังไม่ให้ภาษากาย ดูเปิดเผย หรือปิดกั้น มากเกินไป
19. ส่งยิ้ม สบตา ทักทาย เดินไปหาคนที่คุณน่าจะคุยด้วยได้
20. สังเกตคู่สนทนาว่ามีความสนใจอะไรที่เหมือนกับคุณบ้าง
21. เสนอให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ถ้าคุณทำได้
22. เว้นจังหวะ ให้ผู้อื่นได้เล่นบท “ผู้เชี่ยวชาญ” บ้าง
23. แสดงความกระตือรือร้น เมื่อได้ฟังเรื่องที่ผู้อื่นโปรดปราน
24. จัดสรรเวลาให้สมดุล ระหว่างการให้และรับข้อมูล
25. พร้อมรับข้อมูล ทำตัวให้สามารถคุยได้สารพัดเรื่อง
26. หมั่นติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เสมอ
27. เต็มใจที่จะแสดงความรู้สึกและความเห็นให้ผู้อื่นได้รับรู้
28. แสดงออกให้เห็นชัด ว่าคุณกำลังสนุกที่ได้คุยกับพวกเขา
29. ยินดีเชื้อเชิญคู่สนทนาให้ร่วมงานหรือกิจกรรมในโอกาสอื่นๆ
30. หาช่องทางติดต่อกับคนที่คุณเพิ่งได้ทำความรู้จักกัน
31. สอบถามความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นระยะๆ
32. มองหาข้อดีของคนที่คุณพบเจอและพูดคุยด้วย
33. เริ่มต้นและจบการสนทนาด้วยการเอ่ยชื่อคนที่คุณคุยด้วย
34. แสดงให้ผู้อื่นเห็น ว่าคุณอยากรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น
35. ถามผู้อื่นถึงเรื่องที่เขาเคยเล่าให้ฟังในการสนทนาครั้งก่อน
36. ตั้งใจฟังข้อมูลต่างๆ ที่แฝงมากับเรื่องที่พวกเขาเล่า
37. ถามคำถามปลายเปิด เพื่อเรียนรู้ข้อมูลให้มากขึ้น
38. เปลี่ยนหัวข้อการสนทนา เมื่อสมควรแก่เวลา
39. คอยมองหาสิ่งที่จะกระตุ้นความสนใจของผู้อื่นอยู่เสมอ
40. กล่าวชมผู้อื่นเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ กิจกรรมที่พวกเขาทำ
41. แสดงท่าทีเชิงบวก เพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นอยากคุยกับคุณ
42. เวลาเล่าเรื่องอะไรก็ตาม ให้พูดประเด็นสำคัญ ก่อนรายละเอียด
43. พยายามทำให้ทุกคนในกลุ่ม ได้มีโอกาสพูดเท่าที่จะเป็นไปได้
44. หมั่นสังเกตสัญญาณที่บ่งบอกว่า เขาเริ่มเบื่อ หรือเริ่มไม่สนใจแล้ว
45. เตรียมตัวล่วงหน้าทุกครั้ง ก่อนออกงานสังคม หรือร่วมประชุมธุรกิจ
.
[ จาก THE FINE ART OF SMALL TALK
“โบกมือลาอาการใบ้กิน” by DEBRA FINE ]

บทความโดย LEARNING HUB TEAM

 

 

Comments

comments