The Power Of LESS : ทำน้อย ให้ได้มาก

  1. power of less

ต้องยอมรับว่าเรากระหายที่จะมีเวลามากขึ้นเพื่อจะทำอะไรได้หลายๆอย่าง ทำงานมากขึ้น หาเงินได้มากขึ้น แต่เมื่อถึงขีดจำกัดที่คุณไม่สามารถทำได้มากกว่านี้แล้ว คุณก็จะมาถึงทางตัน ปัญหาคือยิ่งพยายามทำให้ได้มากขึ้นๆตลอดเวลา มันไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพของงานสูงขึ้นเสมอไป และท้ายที่สุดการพยายามทำอะไรให้ได้มากๆ มักมีแนวโน้มที่คุณจะทำสิ่งที่ไม่สำคัญเป็นจำนวนมากเช่นกัน

หลักการ 5 ข้อในการทำน้อยให้ได้มาก

1.สร้างข้อจำกัด

ชีวิตที่ไม่มีข้อจำกัดจะดูเป็นอิสระในช่วงแรกๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปๆ เราจะไม่มีที่พอสำหรับทุกสิ่ง และเราจะไม่สามารถรับมือกับความเครียดที่เราพยายามทำอะไรทุกๆอย่างได้ เราไม่สามารถยัดทุกเรื่องไว้ในชีวิตไม่ว่าเราจะอยากทำมันแค่ไหนก็ตาม การที่เราต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกันจะกัดกร่อนประสิทธิภาพในการทำงานของเรา สูบพลังเราจนหมดแรงที่จะจัดการกับเรื่องสำคัญ การไร้ข้อจำกัดคือการพยายามขุดดินทั้งไร่ด้วยพลั่วเล่มเดียวแต่การจดจ่ออย่างมีข้อจำกัดคือการใช้พลั่วเล่มเดียวขุดในจุดเดิมจนกระทั้งเจอแหล่งน้ำ

2.การเลือกแต่สิ่งสำคัญและทำให้เรียบง่ายขึ้น

คำถามคือ คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ? เมื่อคุณรู้แล้วคุณจะสามารถลดจำนวนโครงการ งาน ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามา ภาระหน้าที่ รวมทั้งความวุ่นวายในชีวิตคุณออกไปได้ คุณก็แค่ต้องกำจัดทุกอย่างที่ไม่สำคัญไปนั่นเอง เช่น ถ้าเรจะแกะสลักรูปปั้นช้างได้เราก็แค่เอาทุกส่วนที่ไม่เหมือนช้างออกไป แต่ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ว่าช้างมีลักษณะเป็นอย่างไรนั่นเอง เมื่อคุณระบุสิ่งที่สำคัญได้แล้วการทำให้เรียบง่ายคือ การกำจัดงานอื่นๆออกไปจากรายการให้ได้มากที่สุด เช่น เมื่อคุณเลือกงานที่สำคัญได้ 3 อย่างในวันนี้แล้ว คุณก็ต้องขีดฆ่างานที่ไม่สำคัญอื่นๆออกไป หรือมอบหมายให้เพื่อนร่วมงานทำในส่วนที่เค้าทำแทนคุณได้ และผัดผ่อนงานที่ไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จในวันนี้ออกไปก่อน

3.การจดจ่อกับเรื่องเดียว

เหมือนคำกล่าวของราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน ที่ว่า “ผมไม่มีอะไรต้องทำกับอดีต หรือแม้แต่อนาคต ผมอยู่กับปัจจุบัน”
การจดจ่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันจะลดทอนประสิทธิภาพเพราะคุณต้องสับเปลี่ยนไปทำงานใหม่และกลับมาทำงานเดิมอีกครั้ง ไม่เกิดการจดจ่อจึงไม่ทำให้เกิดภาวะลื่นไหลทางความคิด การทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันจะเกิดความซับซ้อนทำให้เกิดภาวะความเครียดและมีโอกาสทำผิดพลาดมากขึ้น

4.สร้างนิสัยใหม่ด้วยการพิชิตคำท้า ภายใน 30 วัน

เป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ในแต่ละเดือนให้คุณจดจ่อกับการสร้างนิสัยใหม่หนึ่งอย่าง โดยใช้เครื่องมืออันทรงพลังที่จะทำให้คุณทำได้สำเร็จคือ “การพิชิตคำท้า” วิธีการง่ายๆ คือ เลือกนิสัยที่สร้างผลกระทบกับชีวิตคุณออกมา 1 อย่าง เขียนแผนขึ้นมาระบุให้ชัดว่าเป้าหมายในแต่ละวันคืออะไร อะไรคือสิ่งกระตุ้น อาจเชื่อมโยงสิ่งกระตุ้นเข้ากับกิจวัตรประจำวัน เช่น ออกกำลังกายทันทีที่แปรงฟันเสร็จ ประกาศเป้าหมายให้คนอื่นรับรู้ อาจจะ รายงานความคืบหน้ารายวัน และฉลองให้กับนิสัยใหม่ของคุณ ถ้าคุณพยายามฝึกฝนตลอดทั้งเดือนมันจะเป็นนิสัยใหม่ที่ติดตัวคุณไปตลอด

5.เริ่มต้นทีละน้อย

การเริ่มต้นทีละน้อยจะทำให้คุณเพิ่มโอกาสในความสำเร็จได้มากขึ้น การเริ่มต้นทีละน้อยจะเพิ่มพังความกระตือรือร้นของคุณในระยะยาว การเริ่มต้นทำให้น้อยกว่าที่คุณทำได้จริงจะช่วยให้คุณรับมือกับมันได้ง่ายและสร้างความกระตือรือร้นต่อเนื่อง การเริ่มต้นที่ง่ายเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น เพราะถ้าคุณเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ยากจนไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง คุณย่อมมีแนวโน้มจะเลิกทำสูงมาก เป็นหลักประกันความสำเร็จ ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยความสำเร็จเล็กๆ ไปเรื่อยๆ ในที่สุดกลุ่มก้อนความสำเร็จของคุณก็จะใหญ่ขึ้น


 

จากหนังสือ The Power Of LESS : ทำน้อยให้ได้มาก
Credit เรื่องโดย :Leo Babauta
เรียบเรียงโดย : คลื่นน้อย

Comments

comments