ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Choosing the Right Leadership Development Program: วิธีเลือกโปรแกรมพัฒนาผู้นำให้เหมาะกับ Manager และ Talent

เคยเจอสถานการณ์นี้ไหมคะ…

องค์กรลงทุนกับโปรแกรมพัฒนาผู้นำไปมาก
มีทั้งหลักสูตรสำหรับ Manager และ Talent

แต่สุดท้าย…

• ผู้จัดการยังบริหารทีมเหมือนอย่างเคย
• ทักษะของแคนดิเดตยังไม่พร้อมขึ้นเป็นผู้นำ
• และองค์กรยังไม่เห็น “การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน”

ทั้งที่โปรแกรมก็ดูดี เนื้อหาที่ก็ครบ
วิทยากรก็เก่ง

แล้วทำไมผลลัพธ์ถึงยังไม่เป็นแบบที่องค์กรคาดหวัง?

ลินเจอคำถามนี้บ่อยมากในงาน HRD ค่ะ

และคำตอบส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่
“โปรแกรมไม่ดี”

แต่อยู่ที่
“องค์กรเลือกโปรแกรมไม่ตรงกับคน”

เพราะความจริงที่สำคัญมากคือ

Manager กับ Talent ต้องการการพัฒนา “คนละแบบ” ค่ะ

นี่แหละค่ะที่ทำให้การเลือก
manager development program
และ talent development program

ต้องคิดให้ลึกกว่าการดูแค่ “เนื้อหาหลักสูตร”

วันนี้ลินอยากชวนคุณมาดู 4 เครื่องมือง่าย ๆ
ที่จะช่วยให้คุณปรับใช้โปรแกรมพัฒนาผู้นำ ได้ “ตรงจุด” มากขึ้นค่ะ

__________________________

หากองค์กรของคุณกำลังลงทุนกับการพัฒนาผู้นำ และต้องการให้โปรแกรมเหล่านั้นสร้าง ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง 

ลินแนะนำโปรแกรมนี้เลยค่ะ 

👉 Leadership Development Program

โปรแกรมนี้ออกแบบเป็น Project-Based Learning ระยะเวลา 4–6 เดือน ที่ไม่ได้เน้นแค่การเรียนรู้ในห้องอบรม แต่ให้ผู้เข้าอบรมได้ ทำโปรเจ็กต์จริงในงาน ได้นำความรู้ไปปรับใช้ในงานจริง ไม่ใช่แค่ความรู้ในห้องอบรบ

เพราะสุดท้ายแล้ว…

การพัฒนาผู้นำที่ดี ไม่ได้จบที่การเรียนรู้

แต่ต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ค่ะ

__________________________

Practical Leadership Tools: เครื่องมือที่ใช้ได้จริง

ข้อ 1: สร้างกรอบความคิดของ “คนที่กำลังพัฒนาเป็นผู้นำ” (Leadership Mindset for Participants)

หลายครั้งที่องค์กรเลือกโปรแกรมพัฒนาผู้นำมาอย่างดี
แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่เกิดขึ้น” ตามที่คาดหวัง

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากโปรแกรมไม่ดี
แต่เกิดจาก “Mindset ของคนที่เข้าโปรแกรม” ค่ะ

โดยเฉพาะ Manager และ Talent
ที่ยังมองว่า

• เป็นแค่ Training ที่ต้องมาเรียน
• ยังไม่เห็นว่าตัวเองคือ “ผู้นำในอนาคต”
• หรือยังคิดแบบ “ผู้ปฏิบัติ” มากกว่า “ผู้ขับเคลื่อนทีม”

ถ้า Mindset ยังไม่เปลี่ยน
ไม่ว่าโปรแกรมจะดีแค่ไหน
ก็จะ “ดึงศักยภาพ” ออกมาไม่ได้ค่ะ

👉 วิธีเลือก / วิธีใช้:
• เลือกโปรแกรมที่มี Pre-Work หรือ Mindset Session ก่อนเริ่ม
• มีการตั้ง Expectation ชัดเจนว่า “ต้องนำไปใช้จริง”
• ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่า “นี่คือการเตรียมตัวเป็นผู้นำ” ไม่ใช่แค่การอบรมโดยไม่คาดหวัง

เพราะโปรแกรมที่ดี
ต้องเริ่มจาก “การเปลี่ยนมุมมองของผู้เรียน” ก่อนค่ะ


ข้อ 2: เลือกโปรแกรมที่เน้นพฤติกรรม ไม่ใช่แค่ความรู้ (Behavior-Based Development)

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือ

องค์กรเลือกโปรแกรมจาก
“เนื้อหาน่าสนใจ”

แต่ลืมดูว่า
“ผู้กำลังพัฒนาพฤติกรรมจะเปลี่ยนไหม”

โดยเฉพาะ

• Manager → ต้องเปลี่ยนวิธีบริหารทีม
• Talent → ต้องเริ่มคิดและตัดสินใจแบบผู้นำ

👉 วิธีเลือก:
โปรแกรมที่ดีควรมี

• Role Play / Simulation
• Assignment ที่ต้องลองใช้จริง
• Feedback ต่อพฤติกรรม ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ

เพราะสุดท้ายแล้ว
องค์กรไม่ได้ต้องการคนที่ “รู้”

แต่ต้องการคนที่
“ทำงานในแบบผู้นำได้จริง”


ข้อ 3: เลือกโปรแกรมที่เชื่อมโยงกับงานจริง (Real Work Application)

อีกหนึ่งจุดที่ทำให้
Leadership Development “ไม่เกิดผล”

คือเรียนจบ… แล้วจบเลย

ไม่มีการนำไปใช้
ไม่มีการต่อยอด

👉 วิธีเลือก:
โปรแกรมที่ดีควรมี

• Project จากงานจริง (On-the-job Project)
• Action Plan หลังเรียน
• การ Follow-up หลังโปรแกรม

โดยเฉพาะ

• Manager → ต้องเอาไปใช้กับทีมทันที
• Talent → ต้องได้ลองทำ Role ที่ใหญ่ขึ้น

เพราะการพัฒนาผู้นำที่ได้ผลจริง
ต้องเกิดจาก “การลงมือทำ” ค่ะ


ข้อ 4: เลือกโปรแกรมที่มีระบบ Feedback และ Coaching (Continuous Development)

การพัฒนาผู้นำ
ไม่ใช่ “Event”

แต่คือ “Process”

หลายองค์กรลงทุนกับ Workshop ดีมาก
แต่ไม่มีอะไรต่อหลังจากนั้น

ผลคือ

สิ่งที่เรียนมา… ค่อย ๆ หายไป

👉 วิธีเลือก:
โปรแกรมที่ดีควรมี

• Coaching จากหัวหน้า (Line Manager Involvement)
• Feedback จากทีม
• Session Follow-up หลังเรียน

โดยเฉพาะ Manager และ Talent
ที่ต้อง “มีคนช่วยสะท้อน”

เพื่อให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจริง


ข้อ 5: เลือกโปรแกรมจาก “ผลลัพธ์ที่ต้องการ” ไม่ใช่ “ชื่อหลักสูตร” (Outcome-Based Selection)

ก่อนเลือกโปรแกรม

คำถามสำคัญที่สุดคือ

👉 “เราอยากเห็นอะไรเปลี่ยน?”

เช่น

• Manager → บริหารทีมได้ดีขึ้น
• Talent → พร้อมเลื่อนตำแหน่ง
• ทีม → Performance ดีขึ้น

แต่หลายองค์กรเลือกจาก

• หลักสูตรดัง
• วิทยากรเก่ง
• เนื้อหาน่าสนใจ

ซึ่งไม่ผิด…
แต่แค่นั้น “ยังไม่พอ”

👉 วิธีเลือก:
• เริ่มจาก Business Goal
• แปลงเป็น Leadership Behavior ที่ต้องการ
• แล้วค่อยเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์นั้น

เพราะโปรแกรมที่ดีจริง
ต้องตอบคำถามนี้ได้ว่า

“หลังเรียนแล้ว องค์กรจะดีขึ้นยังไง”


Real Workplace Story: เรื่องจริงจากที่ทำงาน

ลินเคยช่วยแก้ปัญาโปรเจกต์พัฒนา Manager และ Talent ให้กับองค์กรหนึ่งค่ะ

ตอนแรกองค์กรเลือกโปรแกรมจาก
“ชื่อหลักสูตร + เนื้อหาที่ดูดีมาก”

มีทั้ง Workshop และวิทยากรคุณภาพสูง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

👉 คนเรียน “สนุก” แต่ “ไม่เปลี่ยน”

ปัญหาที่พบคือ

• ไม่มีการแยก Manager กับ Talent
• ไม่มี Project ให้ทำจริง
• ไม่มีการติดตามผลหลังเรียน

สุดท้าย
โปรแกรมดี… แต่ผลลัพธ์ไม่เกิด

องค์กรจึงต้องปรับใหม่ทั้งหมด

โดยโฟกัสที่ “การเลือกโปรแกรมให้ตรงโจทย์”

ลินแก้ปัญหาโดยการ

• แยก Program สำหรับ Manager vs Talent
• เพิ่ม Project จากงานจริง
• มี Coaching จากหัวหน้า
• มีการติดตามผลหลังเรียน

ผลลัพธ์คือ

• Manager เริ่มบริหารทีมได้ดีขึ้น
• Talent กล้าคิดและตัดสินใจมากขึ้น
• ทีมมี Performance ดีขึ้นแบบเห็นได้จริง

ลินได้เรียนรู้ว่า

👉 Leadership Development ที่ได้ผล
ไม่ใช่แค่ “โปรแกรมดี”

แต่ต้องเป็น
“โปรแกรมที่เหมาะกับคน และตอบโจทย์องค์กร” จริง ๆ ค่ะ


Reflection Questions: คำถามชวนคิด

ลองถามตัวเองดูนะคะ

• โปรแกรมพัฒนาผู้นำที่คุณเลือกอยู่ตอนนี้
ตอบโจทย์ Manager และ Talent แตกต่างกันจริงหรือไม่ หรือใช้แบบเดียวกันทั้งหมด?

• สิ่งที่คุณกำลังเลือก
เน้นแค่ “เนื้อหา” หรือสามารถทำให้เกิด พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจริง?

• หลังจบโปรแกรม
มีการนำไปใช้จริงในงาน หรือแค่ “เรียนแล้วจบ”?

• โปรแกรมที่เลือก
มีระบบ Feedback / Coaching / Follow-up ต่อเนื่องหรือไม่?

• และที่สำคัญที่สุด…

👉 โปรแกรมนี้จะช่วยให้
ทีมและธุรกิจของคุณดีขึ้นอย่างไร?

เพราะสุดท้ายแล้ว

การเลือกโปรแกรมพัฒนาผู้นำที่ดี
ไม่ใช่แค่ “เลือกสิ่งที่น่าสนใจ”

แต่คือการเลือกสิ่งที่
“สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง” ค่ะ


References: อ้างอิง

McKinsey & Company – Why Leadership Development Programs Fail