ข้ามไปเนื้อหาหลัก
In-house Training · Thinking and Mindset

Future-Ready Strategic Thinking Designing Adaptive Work Systems

“ปลดกรอบความคิด สร้างและคัดเลือกไอเดียเชิงกลยุทธ์ ก่อนออกแบบระบบงานที่ยืดหยุ่น มีแผนสำรอง และพร้อมปรับตัวต่ออนาคต”

ระยะเวลา1 วัน · 09.00 – 16.30 น.
วิทยากรดร.นารา กิตติเมธีกุล
Future-Ready Strategic Thinking Designing Adaptive Work Systems

ทำไมองค์กรถึงต้องมีหลักสูตรนี้

โลกทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วและคาดเดายาก ความสำเร็จในอดีตจึงใช้เป็นเกราะรับอนาคตไม่ได้อีกต่อไป ที่ผ่านมาหลายองค์กรพยายามสร้างสิ่งใหม่ด้วยข้อมูลและวิธีคิดแบบเดิม สุดท้ายจึงได้แค่การ "ปรับปรุงของเดิมเล็กน้อย" ไม่ใช่ "ของใหม่จริง ๆ" เพราะสมองของเรามักปัดสิ่งแปลกใหม่ทิ้งไปด้วยความกลัวและความเคยชิน องค์กรยุคนี้จึงต้องการคนที่กล้าคิดนอกกรอบ แล้วแปลงความคิดนั้นให้กลายเป็นระบบการทำงานที่ทำได้จริงและปรับตัวได้

หลักสูตรนี้เป็นตัวต่อยอดจากหลักสูตร Systematic and Analytical Thinking โดยพาผู้เรียนก้าวจากการ "เข้าใจปัญหาในอดีต" ไปสู่การ "ออกแบบระบบสำหรับอนาคต" แบบลงมือทำจริงต่อเนื่องตลอดวัน เริ่มจากการปลดกรอบความคิดเพื่อหาไอเดียใหม่ ๆ การนำไอเดียมารวมกันให้กลายเป็นต้นแบบ การเลือกกลยุทธ์ที่ใช่ที่สุดด้วยการกล้าตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้ง ไปจนถึงการออกแบบระบบให้มีแผนสำรองและปรับเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อเจอปัญหาหน้างาน เพื่อให้ผู้เรียนสร้างวิธีการทำงานใหม่ที่ทั้งสร้างสรรค์และยืดหยุ่นได้จริง

สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม

ผลลัพธ์ที่ผู้เข้าอบรมนำกลับไปใช้กับงานได้ทันที

  • คิดหาแนวทางและไอเดียใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอนได้
  • เลือกและตัดสินใจกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดจากทางเลือกที่มี โดยมุ่งไปที่เป้าหมายหลัก
  • ออกแบบวิธีการทำงานที่มีแผนสำรองและปรับเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อเจอปัญหาหน้างาน
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

ผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน และพนักงานทุกระดับ ที่ต้องการออกแบบวิธีทำงานใหม่และวางกลยุทธ์รับอนาคต โดยควรผ่านหลักสูตร Systematic and Analytical Thinking Skill for Work Performance มาก่อน เพื่อผลการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จำนวนไม่เกิน 30 ท่านต่อรุ่น

เนื้อหาหลักสูตร

อบรม 1 วัน · 09.00 – 16.30 น.

Module 1ปลดกรอบความคิดเดิม เปิดพื้นที่ไอเดียใหม่ (Breaking Auto-Pilot & Nonsense Thinking)
  • เข้าใจว่าการคิดด้วยข้อมูลเดิมได้แค่ "ต่อยอดของเดิม" ไม่ใช่ "ของใหม่จริง"
  • ฝึกหยุดนิสัยสมองที่ชอบปัดไอเดียแปลกใหม่ทิ้งเพราะความกลัว
  • แยกให้ออกว่าเมื่อไรควร "ปรับปรุงงานเดิม" และเมื่อไรควร "รื้อสร้างใหม่"
  • ฝึก "คิดเล่น ๆ" ปลดล็อกความคิดด้วย 4 วิธี: ลด–เพิ่ม–บิด–ผสม เพื่อให้ได้ไอเดียจำนวนมากโดยไม่ติดกรอบ
  • Workshop: สร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ห้ามใช้เหตุผลมาค้านไอเดีย แล้วเขียนไอเดียให้แปลกและเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
Module 2รวมไอเดียให้ตกผลึกเป็นต้นแบบ (Refrigerator Theory & Systematic Collision)
  • ไอเดียยิ่งเยอะ ยิ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีรอนำมา "ปรุง" (ทฤษฎีตู้เย็น)
  • ฝึกจับไอเดียที่ดูไม่เกี่ยวกันมา "ชนกัน" เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ที่ลึกกว่าเดิม
  • ใช้ "ตะแกรงกรอง 4 ชั้น" (วิเคราะห์–ตรรกะ–ระบบ–วิพากษ์) กรองไอเดียเลื่อนลอยให้เป็นต้นแบบที่อธิบายเหตุผลได้
  • Workshop: สุ่มหยิบไอเดีย 2–3 อันมาชนกันให้เกิดบริการ/วิธีทำงานใหม่ แล้วกรองทีละชั้น ถ้าเจอจุดอ่อนให้วนกลับไปหาไอเดียมาอุดจนใช้ได้จริง
Module 3เลือกกลยุทธ์ที่ใช่ ด้วยการกล้าตัดทิ้ง (WWH Framework & The Power of No)
  • เข้าใจว่า "การพยายามทำทุกอย่าง" คือการไม่มีกลยุทธ์
  • ใช้กรอบคิด WWH: อยากได้อะไร (เป้าหมายชัด) → ตอนนี้อยู่ตรงไหน (ดูความจริง แยกจากเสียงรบกวน) → จะไปถึงได้อย่างไร
  • ฝึก "ศิลปะการตัดทิ้ง" ปฏิเสธทางเลือกที่ดูดีแต่ไม่ตอบเป้าหมายหลัก เลือกแค่ 1–2 วิธีที่คมที่สุด เพื่อประหยัดเวลาและแรงของทีม
  • Workshop: สวมบทเป็นบอร์ดบริหาร คัดและ "ตัด" ต้นแบบที่ไม่ตรงเป้าทิ้ง แล้วเรียงวิธีทำงาน (เริ่มต้น–ขั้นตอน–ผลลัพธ์) ให้เห็นทิศทางชัด
Module 4ออกแบบระบบสำรองและปรับตัวได้จริงหน้างาน (Parallel Architecture & Agile Execution)
  • ระบบที่ดูดีบนกระดาษมักพังเมื่อเจอของจริง จึงต้องเผื่อทางไว้เสมอ
  • ออกแบบ "ระบบคู่ขนาน" และแผนสำรอง เพื่อไม่ให้ "จุดเดียวพังแล้วล้มทั้งระบบ"
  • ทำงานแบบยืดหยุ่นภายใต้กฎ "เปลี่ยนทางได้ แต่ไม่เปลี่ยนเป้า" ปรับวิธีหน้างานได้ทันทีเมื่อเจอทางตัน
  • Workshop: ทดสอบระบบด้วยการใส่ "สถานการณ์วิกฤตกะทันหัน" แล้วให้ผู้เรียนหาทางเลี่ยงและปรับแผนให้ระบบเดินต่อได้ในเวลาที่กำหนด

Signature Method — กระบวนการอบรมที่มีลิขสิทธิ์

ตลอดระยะเวลา 10 ปี เราพัฒนากระบวนการอบรมรูปแบบพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่าง ทำให้ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วมและเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้ จนได้รับการยอมรับจากองค์กรเอกชนและมหาชนชั้นนำในประเทศไทยมากกว่า 500 แห่ง ด้วยหลักการ PBF Method อันเป็นลิขสิทธิ์ของเรา ประกอบด้วย

P

Positive Psychology

ใช้หลักจิตวิทยาเชิงบวก กระตุ้น Awareness ให้ต้องการเปลี่ยนแปลง และบ่มเพาะ New Mindset ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมใหม่ด้วยตัวเอง

B

Brain Based Learning

ใช้หลักวิทยาศาสตร์สมอง ออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้ด้วย Model, Framework และ Story Telling ทำให้จดจำได้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

F

Facilitation

ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ด้วย Gamification, AI Tools, Workshop ให้ตกผลึกความรู้ด้วยตนเอง ลงมือทำผ่าน Call to Action ทำให้เกิดผลลัพธ์และวัดผลได้

สัดส่วนเวลาในห้องอบรม
  • Skill Set 70%

    ฝึกทักษะผ่านกระบวนการเรียนรู้ Gamification, AI Tools, Workshop

  • Mindset 20%

    ปรับมุมมอง บ่มเพาะทัศนคติใหม่ด้วยตัวเองโดยตกผลึกกับกลุ่มผู้เรียน

  • Knowledge 10%

    เข้าใจเนื้อหาความรู้ Theory, Model, Framework, Storytelling

วิทยากรประจำหลักสูตร

ดร.นารา กิตติเมธีกุล

ดร.นารา กิตติเมธีกุล

Executive Solution Consultant ที่ปรึกษาการพัฒนาธุรกิจ

Request Form

สนใจจัดอบรมหลักสูตร Future-Ready Strategic Thinking Designing Adaptive Work Systems ในองค์กร กรุณากรอกฟอร์มด้านล่าง