Table of Contents
Estimated reading time: 2 minutes
ในชีวิตการเป็นผู้บริหาร คุณเคยมีโมเม้นต์นี้ไหมคะ…
นั่งอยู่ในห้องทำงานตอนค่ำ หลังประชุมหนักทั้งวัน แล้วอยู่ ๆ ก็มีคำถามหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวแบบไม่ตั้งใจว่า
“นี่เรายังนำทีมได้อยู่ไหม…หรือแค่พยายามประคองตัวเองไม่ให้ล้ม?”
ลินเชื่อว่าหัวหน้าหลายคนเคยรู้สึกแบบนี้ค่ะ แต่ไม่ค่อยมีใครพูดออกมา—เพราะบทบาทผู้นำคือคนที่ต้อง “เข้มแข็งเสมอ”
แต่ความจริงคือ…
ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้น ความกดดันทางใจยิ่งมากขึ้นแบบทวีคูณ
ลินเองก็เคยมีช่วงที่เจอปัญหาทั้งงาน ทั้งคน ทั้งความคาดหวังจากทุกทิศทาง
จนเหมือนหัวใจไม่มีที่ให้หายใจ
และตอนนั้นเองลินเริ่มศึกษาแนวคิด Resilience แบบลึกขึ้น
โดยเฉพาะงานของ Dr. Lucy Hone ที่เอาวิทยาศาสตร์ด้านพลังใจสู้มาผ่านบททดสอบชีวิตที่โหดที่สุด—การสูญเสียลูกสาววัย 12 ปี
สิ่งที่เธอค้นพบตรงกับสิ่งที่ผู้นำในองค์กรเผชิญที่สุดค่ะ
นั่นคือ…
Resilience ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นกระบวนการที่ “ฝึกได้จริง”
และวันนี้ลินอยากชวนหัวหน้าทุกคนมารู้จัก
3 กลยุทธ์จากงานวิจัยของเธอ ที่ใช้ได้ดีมากสำหรับ “Resilient Leader” ในโลกทำงานปัจจุบันค่ะ
1. Accept that adversity is part of leadership (ยอมรับว่าเรื่องแย่ ๆ เป็นส่วนหนึ่งของงานผู้นำ)
สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดไม่ใช่เหตุการณ์ แต่คือ “ความคาดหวังว่าเหตุการณ์นั้นไม่ควรเกิดขึ้นกับเรา”
เช่น
- ทีมลาออกพร้อมกัน
- โปรเจกต์โดนแก้ทั้งแผ่น
- ผู้บริหารเปลี่ยนทิศ กลางทาง
- ข้อผิดพลาดที่เราไม่ได้ทำ แต่ต้องเป็นคนรับผิดชอบ
ผู้นำหลายคนเผลอถามตัวเองว่า
“ทำไมต้องเป็นฉัน?”
แต่คนที่มี Resilience จะคิดว่า
“ทำไมจะไม่ใช่ฉันล่ะ?”
ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่เพราะ “ยอมรับความจริงเร็วกว่า”
พลังที่เรามักเสียไปกับการโทษโชคชะตา
จะถูกส่งกลับมาให้เราลงมือทำสิ่งที่แก้ได้จริง
ลินเคยมีช่วงที่ทีมมีปัญหาหนักทุกวัน
จนรู้สึกว่าตัวเองถูกทดสอบไม่จบ
แต่พอเปลี่ยนมุมว่า “นี่คือธรรมชาติของบทบาทผู้นำ”
หัวใจเบาลงทันทีค่ะ
เพราะเราไม่รู้สึกว่าโชคร้าย แต่รู้สึกว่า “เรากำลังทำหน้าที่ของเรา”
2. Choose your focus wisely (เลือกมุ่งความสนใจอย่างมีสติ)
สมองมนุษย์มีอคติเชิงลบ (Negativity Bias)
มันถูกออกแบบมาเพื่อเอาตัวรอดในสมัยมนุษย์ถ้ำ
ต้องเห็น “เสือเขี้ยวดาบ” ก่อน “สายรุ้ง”
แต่ในโลกการทำงานยุคนี้
มันทำให้ผู้นำเครียดง่ายกว่าที่คิด
เพราะทุกอย่างดูเหมือน “ภัยคุกคาม” ไปหมด ไม่ว่าจะเป็น
งานด่วน
เดดไลน์
เสียงวิจารณ์
ความคาดหวังจากผู้บริหาร
Resilient Leader ไม่ได้มองข้ามเรื่องแย่ ๆ
แต่ “เลือกจะไม่ปล่อยให้มันกลืนทุกอย่าง”
พวกเขาฝึกโฟกัสสิ่งที่ยังดีอยู่หรือสิ่งที่ควบคุมได้ เช่น
- เรายังมีทีมที่พร้อมสู้ไปด้วยกัน
- เรายังมีข้อมูลที่ใช้ต่อยอดได้
- เรายังมีพื้นที่เล็ก ๆ ให้ปรับแผน
- เรายังมีจุดเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
ลินจำได้แม่นว่าช่วงหนึ่งที่เกิดวิกฤตในองค์กร
ทุกคนหน้าเครียดหมด
แต่สิ่งเล็ก ๆ ที่ลินเลือกโฟกัสคือ
“ทีมของเรายังอยู่ด้วยกัน”
มันเหมือนเป็นเชื้อไฟให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้ใหม่อีกครั้งค่ะ
การมองหาสิ่งดี ๆ ไม่ใช่ความโลกสวย
แต่คือทักษะทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้สมองฟื้นตัวเร็วขึ้นจริง
งานวิจัยของ Dr.Seligman ก็ยืนยันว่าเพียงแค่เขียน
“สามสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน”
ช่วยลดความซึมเศร้า เพิ่มความสุข และเพิ่มพลังใจได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ
3. Ask if: what I’m doing helping or harming me? (ถามตัวเองว่า สิ่งที่ทำอยู่นี้ “ช่วย” หรือ “ทำร้าย” เรา?)
นี่คือคำถามที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังที่สุดที่ผู้นำทุกคนควรใช้
เพราะเวลาที่เราหนัก เรามักเผลอทำพฤติกรรมที่ “คิดว่าช่วย แต่จริง ๆ ทำร้าย” เช่น
- ตอบแชตงานตอนดึกทุกคืน
- นั่งจมกับความผิดพลาดเดิม ๆ
- เปิดประชุมต่อเนื่องจนลืมหายใจ
- แบกรับทุกอย่างคนเดียวเพราะกลัวทีมลำบาก
ลินเองก็เคยเป็นแบบนั้นค่ะ
แต่พอเริ่มถามตัวเองบ่อยขึ้นว่า “สิ่งนี้กำลังช่วยหรือทำร้ายเรา?”
ลินเริ่มหยุดทำบางอย่างทันที เช่น
- เลิกดูรูปเหตุการณ์ที่ทำให้ใจจม
- เลิกประชุมหลังสี่ทุ่ม
- เลิกพยายามแก้ทุกเรื่องเอง
และยิ่งถามคำนี้บ่อยเท่าไหร่
เรายิ่งกลับมาอยู่ใน “ที่นั่งคนขับของชีวิต” เร็วขึ้นเท่านั้น
นี่คือเครื่องมือที่ผู้นำทุกคนควรพกติดตัวค่ะ
ใช้ได้ทั้งกับงาน ความสัมพันธ์ ความคิด และชีวิตประจำวัน
💛 ลองถามตัวเองวันนี้…
- เรื่องไหนที่เราควร “ยอมรับ” มากกว่า “ฝืน”?
- เรากำลังโฟกัสสิ่งที่ควบคุมไม่ได้มากเกินไปไหม?
- พฤติกรรมบางอย่างที่เราทำอยู่…กำลังทำร้ายหัวใจเราอยู่หรือเปล่า?
Next Action สำหรับผู้นำที่อยากฟื้นพลังใจ
ลองเลือกทำหนึ่งข้อวันนี้ค่ะ
- เขียน 3 สิ่งดี ๆ ของวันนี้
- ตัดสินใจวางหนึ่งเรื่องที่เราเปลี่ยนไม่ได้
- เลิกนิสัยเล็ก ๆ ที่รู้ว่าทำร้ายตัวเอง
- กลับมาถามตัวเองว่า “สิ่งนี้ช่วยเราจริงไหม?”
เพราะผู้นำที่แข็งแรง ไม่ใช่คนที่ไม่เคยล้ม
แต่คือคนที่ลุกขึ้นเร็ว และรู้ว่าต้องลุกขึ้นเพื่อใคร
พอคุณเข้มแข็งแล้ว ไปดูวิธีบิวท์ทีมให้เข้มแข็งเป็น Resilient Team กันต่อค่ะ
ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ ฝากแชร์ ให้เพื่อนหัวหน้าที่กำลังเหนื่อย ๆ ได้อ่านนะคะ 😊💛
ปล. หากสนใจพัฒนาทักษะ Resilient ให้ผู้บริหารในองค์กรของคุณ ลินขอแนะนำหลักสูตร Self-Management with Emotional Intelligence คลิกดูหลักสูตรที่นี่ค่ะ
แหล่งอ้างอิง:
– Hone, L. (2019). The Three Secrets of Resilient People – TEDx Christchurch
– Seligman, M. (2005). Positive Psychology Interventions
