Action Plan & Execution Excellence
“เปลี่ยนเป้าหมายให้เป็น Action Plan ที่ลงมือทำได้จริง เชื่อมกลยุทธ์ ตัวชี้วัด ทรัพยากร และความเสี่ยง พร้อมติดตามและพัฒนาด้วย AAR”

ทำไมองค์กรถึงต้องมีหลักสูตรนี้
ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (VUCA World) องค์กรจำนวนมากมักประสบปัญหา "Execution Gap" หรือช่องว่างระหว่างกลยุทธ์และการปฏิบัติ หลายองค์กรมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและมีเป้าหมายที่ท้าทาย แต่บุคลากรไม่สามารถแปลงแนวคิดเหล่านั้นให้เกิดเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ สาเหตุสำคัญมักเกิดจากการขาดทักษะในการวางแผนงานอย่างเป็นระบบ (Systematic Planning) การทำงานที่เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าการป้องกัน และการขาดความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายระดับองค์กรกับการปฏิบัติงานรายวัน ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งในด้านเวลา งบประมาณ และโอกาสทางธุรกิจ
หลักสูตร "Action Plan & Execution Excellence" จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการปิดช่องว่างดังกล่าว โดยมุ่งเน้นกระบวนการเปลี่ยน "เป้าหมาย" (Goals) ให้กลายเป็น "แผนปฏิบัติการ" (Action Plans) ที่ชัดเจนและจับต้องได้ ผ่านการเรียนรู้ขั้นตอนการวางแผนตั้งแต่การกำหนดตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ การบริหารจัดการทรัพยากร การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการจัดทำแผนสำรอง เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักว่า "การวางแผนไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเข็มทิศนำทางสู่ความสำเร็จ" ที่ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
นอกจากนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการวางแผนก่อนลงมือทำจริง รวมถึงการใช้เครื่องมือติดตามและประเมินผล (Monitoring & AAR) เพื่อให้มั่นใจว่าแผนงานที่วางไว้สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม
ผลลัพธ์ที่ผู้เข้าอบรมนำกลับไปใช้กับงานได้ทันที
- Strategic Mindset Shift: ผู้เรียนสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติจากการทำงานแบบ "ตั้งรับ" (Reactive) ที่คอยตามแก้ปัญหา มาเป็นการทำงานแบบ "เชิงรุก" (Proactive) ที่มีการวางแผนป้องกันและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
- Effective Goal Alignment: ผู้เรียนเข้าใจและสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายระดับองค์กรลงสู่ระดับปฏิบัติการ พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ และ SMART Goals ที่วัดผลได้จริงทั้งในเชิงพฤติกรรมและผลลัพธ์
- Systematic Action Planning: ผู้เรียนสามารถเขียนแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่มีประสิทธิภาพ โดยระบุองค์ประกอบสำคัญได้ครบถ้วน ทั้งขอบเขตงาน (Scope) ระยะเวลา ทรัพยากร และผู้รับผิดชอบ เพื่อลดความสับสนในการทำงานจริง
- Risk & Resource Management: ผู้เรียนมีทักษะในการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและจัดทำแผนสำรอง (Contingency Plan) รวมถึงสามารถบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- Execution & Continuous Improvement: ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือติดตามความคืบหน้า (Monitoring Tools) และกระบวนการถอดบทเรียน (AAR) เพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาหน้างาน และพัฒนากระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พนักงานทุกระดับ จำนวนไม่เกิน 30 ท่านต่อรุ่น
เนื้อหาหลักสูตร
- Strategic Planning Definition: นิยามและความสำคัญของการวางแผนในฐานะ "สะพาน" เชื่อมโยงสถานะปัจจุบัน (Current State) สู่อนาคตที่ต้องการ (Desired Future)
- Workshop: Cost of Unplanned Execution วิเคราะห์ผลกระทบของการทำงานไร้แบบแผน
- Proactive vs. Reactive Mindset: การเปลี่ยนวิธีคิดจากการ "แก้ปัญหาเฉพาะหน้า" เป็นการ "วางแผนป้องกันล่วงหน้า" และการหยุดคิดเพื่อวางระบบก่อนลงมือทำ
- Workshop: "The Airline Factory" (โรงงานผลิตเครื่องบินกระดาษ) จำลองสถานการณ์การทำงานภายใต้ข้อจำกัด โดยผู้เรียนต้องวางแผนร่วมกันก่อนเริ่มปฏิบัติภารกิจ เพื่อสะท้อนให้เห็นความสำคัญของ "Planning before Doing"
- The Strategy Pyramid: ทำความเข้าใจโครงสร้างลำดับชั้นกลยุทธ์ ตั้งแต่ Vision, Mission, Values, Goals, Strategy จนถึง Action Plan เพื่อให้แผนงานระดับปฏิบัติการตอบโจทย์องค์กร
- Objective vs. Goal vs. Indicator: การแยกแยะความแตกต่างระหว่าง "วัตถุประสงค์" (ทิศทาง/เจตนา), "เป้าหมาย" (สิ่งที่ต้องการบรรลุ), และ "ตัวชี้วัด"
- Leading vs. Lagging Indicators: เจาะลึกเทคนิคการกำหนดตัวชี้วัดนำ (วัดพฤติกรรม/เหตุปัจจัย) และตัวชี้วัดตาม (วัดผลลัพธ์) เพื่อให้สามารถพยากรณ์และปรับเปลี่ยนแผนได้ทันท่วงที
- SMART Goals Criteria: หลักการกำหนดเป้าหมายที่ดี 5 ประการ (Specific, Measurable, Attainable, Relevant, Timely) พร้อมกรณีศึกษา
- Cascading Goals: เทคนิคการกระจายเป้าหมายจากระดับองค์กรสู่ระดับทีมและรายบุคคล เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพความสำเร็จเดียวกัน (Goal Alignment)
- Workshop: Case Study Battle ฝึกปฏิบัติการเขียน Leading & Lagging Indicators จากโจทย์จริงของหน่วยงาน และแปลงสภาพเป็น SMART Goals ที่วัดผลได้ชัดเจน
- 7 Essential Elements of Action Plan: องค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีในแผนงาน: วัตถุประสงค์, ขอบเขตงาน (Scope), แผนการดำเนินงาน, ตัวชี้วัด, ความเสี่ยง, งบประมาณ, และการติดตามผล
- Scope Management: การกำหนดขอบเขตงาน (In Scope / Out of Scope) เพื่อป้องกันงานงอก (Scope Creep) และการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น
- Risk Management & Contingency Plan: การระบุความเสี่ยง (Risk Identification), การประเมินผลกระทบ, และการเตรียมแผนสำรอง (Preventive & Corrective Actions)
- Resource & Budget Planning: หลักการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับเนื้องาน (Manpower & Budget Allocation)
- Workshop: The Master Action Plan ผู้เรียนแบ่งกลุ่มจัดทำ "Master Action Plan" ฉบับสมบูรณ์ โดยระบุรายละเอียดให้ครบทั้ง 7 องค์ประกอบ พร้อมนำเสนอเพื่อรับ Feedback
- Execution Monitoring System: ระบบการติดตามงานที่มีประสิทธิภาพ เช่น Daily Check-in (3 คำถามหลัก) และ Weekly Review เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าเทียบกับแผน
- Traffic Light System: การใช้สัญลักษณ์ไฟจราจร (เขียว-เหลือง-แดง) เพื่อระบุสถานะความเสี่ยงและขอความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
- After Action Review (AAR): กระบวนการถอดบทเรียนหลังปฏิบัติงาน (สิ่งที่คาดหวัง vs สิ่งที่เกิดขึ้นจริง, สาเหตุ, และแนวทางปรับปรุง) เพื่อการเรียนรู้ของทีม
- Lessons Learned Documentation: การจัดเก็บองค์ความรู้ (Knowledge Management) จากสิ่งที่ทำได้ดีและสิ่งที่ต้องปรับปรุง เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับการทำงานครั้งต่อไป
Signature Method — กระบวนการอบรมที่มีลิขสิทธิ์
ตลอดระยะเวลา 10 ปี เราพัฒนากระบวนการอบรมรูปแบบพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่าง ทำให้ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วมและเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้ จนได้รับการยอมรับจากองค์กรเอกชนและมหาชนชั้นนำในประเทศไทยมากกว่า 500 แห่ง ด้วยหลักการ PBF Method อันเป็นลิขสิทธิ์ของเรา ประกอบด้วย
Positive Psychology
ใช้หลักจิตวิทยาเชิงบวก กระตุ้น Awareness ให้ต้องการเปลี่ยนแปลง และบ่มเพาะ New Mindset ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมใหม่ด้วยตัวเอง
Brain Based Learning
ใช้หลักวิทยาศาสตร์สมอง ออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้ด้วย Model, Framework และ Story Telling ทำให้จดจำได้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง
Facilitation
ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ด้วย Gamification, AI Tools, Workshop ให้ตกผลึกความรู้ด้วยตนเอง ลงมือทำผ่าน Call to Action ทำให้เกิดผลลัพธ์และวัดผลได้
- Skill Set 70%
ฝึกทักษะผ่านกระบวนการเรียนรู้ Gamification, AI Tools, Workshop
- Mindset 20%
ปรับมุมมอง บ่มเพาะทัศนคติใหม่ด้วยตัวเองโดยตกผลึกกับกลุ่มผู้เรียน
- Knowledge 10%
เข้าใจเนื้อหาความรู้ Theory, Model, Framework, Storytelling
วิทยากรประจำหลักสูตร

อ.อิฐ กันตินันท์ เดชจินดา
- ประวัติการศึกษา และประกาศนียบัตร
- ปริญญาโท การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
- ปริญญาตรี จิตวิทยาชุมชน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ผ่านการอบรมหลักสูตร Design Thinking จาก Stanford Center for Professional Development
- ประวัติการทำงาน
- วิทยากรด้านการพัฒนาองค์กร ให้กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มากว่า 10 ปี
- กระบวนกรประจำศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
- อาจารย์พิเศษ ในหลักสูตรระดับปริญญาตรี และปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล (HRD & OD Manager) กลุ่มบริษัทยูนิเวนเจอร์