ข้ามไปเนื้อหาหลัก
In-house Training · Management and Productivity

Strategic Process Standardization From Strategy to SOP & Work Instruction

“ปิดช่องว่างระหว่างกลยุทธ์กับหน้างาน แปลงเป้าหมายสู่กระบวนการ มาตรฐาน SOP และ Work Instruction ที่ชัดเจน วัดผลได้ และใช้จริง”

ระยะเวลา2 วัน · 09.00 – 16.30 น.
วิทยากรดร.นารา กิตติเมธีกุล
Strategic Process Standardization From Strategy to SOP & Work Instruction

ทำไมองค์กรถึงต้องมีหลักสูตรนี้

องค์กรขนาดใหญ่มักเจอปัญหา "ช่องว่าง" ระหว่างคนวางแผนกับคนลงมือทำ นโยบายที่เขียนไว้บนกระดาษมักไปไม่ถึงหน้างานจริง ทำให้แต่ละแผนกต่างคนต่างทำและเกิดความสูญเปล่าในกระบวนการ ยิ่งถ้าองค์กรไม่มีมาตรฐานการทำงานและคู่มือที่เชื่อมกับกลยุทธ์อย่างชัดเจน พนักงานก็จะทำงานตามความเคยชิน ซึ่งนำไปสู่ความผิดพลาด งานไม่สม่ำเสมอ และวัดผลตอบแทนได้ยาก

หลักสูตรนี้ผสานความรู้เรื่องการทำงานของสมอง (Neuroscience) เพื่อลดแรงต้านการเปลี่ยนแปลง เข้ากับการคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนแปลงกลยุทธ์ขององค์กรออกมาเป็นขั้นตอนการทำงานที่จับต้องได้จริง สิ่งที่องค์กรจะได้คือมาตรฐานการทำงานที่เป็นแบบเดียวกันทั้งองค์กร วัดผลได้จริง และลดการพึ่งพา "คนเก่งเพียงไม่กี่คน" ได้อย่างยั่งยืน

สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม

ผลลัพธ์ที่ผู้เข้าอบรมนำกลับไปใช้กับงานได้ทันที

  • วิเคราะห์ได้ว่ากลยุทธ์ขององค์กรกับกระบวนการทำงานสอดคล้องกันหรือไม่
  • ออกแบบห่วงโซ่คุณค่าของงาน และแบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจนได้อย่างเป็นระบบ
  • จัดทำมาตรฐานการทำงานและคู่มือปฏิบัติงานที่นำไปใช้ได้จริงและวัดผลได้
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

ผู้บริหารระดับต้นถึงกลาง รวมถึงประธานหรือเลขานุการคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 40 ท่านต่อรุ่น

เนื้อหาหลักสูตร

อบรม 2 วัน · 09.00 – 16.30 น.

Module 1แปลงกลยุทธ์องค์กรให้เป็นเป้าหมายหน้างานที่ชัดเจน

วันที่ 1: วิเคราะห์กลยุทธ์และวางโครงกระบวนการทำงาน

  • ใช้กรอบคิด WWH ดึงเป้าหมายระดับองค์กรลงมาสู่งานจริงหน้างาน
  • แยกให้ออกว่างานไหนตอบเป้าหมาย และงานไหนเป็นความสูญเปล่าที่ควรตัดทิ้ง (ด้วยขั้นตอน คิด–วิเคราะห์–ระบุ)
  • Workshop: นำกลยุทธ์จริงขององค์กรมาวิเคราะห์ว่ากระบวนการใดตอบเป้าหมายใด แล้วตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก
Module 2มองภาพรวมระบบงานและห่วงโซ่คุณค่าองค์กร
  • นำข้อมูลจากโมดูลแรกมาจัดเรียงเป็นภาพรวมการทำงานทั้งระบบ
  • มองงานแบบเชื่อมโยงกัน (ไม่ใช่เส้นตรง) เพื่อให้เห็น "คอขวด" ที่ซ่อนอยู่
  • เขียนแผนผัง SIPOC ระดับองค์กร ร้อยกระบวนการย่อยให้เป็นห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดชัดเจน
  • Workshop: เขียน SIPOC + Value Chain และหารอยต่อระหว่างแผนกที่มักเป็นจุดเปราะบางที่สุด
Module 3ตั้งตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณค่าจริง
  • ใช้ตรรกะ 3 รู้ – 3 หลัก – 3 ผล ตั้งตัวชี้วัดที่เปลี่ยน "ผลงาน" ให้เป็น "ผลกระทบเชิงระบบ"
  • ตัวชี้วัดต้องอธิบายได้ว่าเชื่อมโยงกับความสำเร็จของกลยุทธ์หลักอย่างไร
  • Workshop: นำ Value Chain มากำหนดตัวชี้วัดของแต่ละกระบวนการ พร้อมอธิบายเหตุผล (ตัวชี้วัดที่ดีต้องไม่เพิ่มภาระงาน แต่สะท้อนคุณค่าจริง)
Module 4แบ่งบทบาทหน้าที่ให้ชัด ไม่ทับซ้อน
  • แก้ปัญหางานทับซ้อน/เกี่ยงกัน ด้วยการวิเคราะห์อย่างมีตรรกะ
  • ทำตาราง RASCI ระบุว่าใครรับผิดชอบอะไรในแต่ละกระบวนการ
  • กันความเสี่ยง "คนเดียวรู้เรื่องเดียว" (Single Point of Failure) ด้วยการมอบหมายงานแบบคู่ขนาน
  • Workshop: ทำตาราง RASCI ของกระบวนการจริง เพื่อให้บทบาทโปร่งใสและลดการเถียงกันด้วยอารมณ์
Module 5ร่างมาตรฐานกระบวนการใหม่

วันที่ 2: สร้างมาตรฐานและคู่มือการทำงานเชิงระบบ

  • ใช้การคิดแบบกลับด้าน (Inversion Thinking) ตรวจสอบกระบวนการเดิม
  • รื้อโครงเก่าและออกแบบใหม่บนแนวคิดแบบ Lean (ลดความสูญเปล่า) แตกงานภาพใหญ่เป็นขั้นตอนย่อย พร้อมระบุจุดเสี่ยงและวิธีแก้ในแต่ละขั้น
  • Workshop: ใช้เทมเพลตมาตรฐานร่าง "มาตรฐานกระบวนการทำงาน" (SOP)
Module 6แปลงมาตรฐานเป็นคู่มือที่ทำตามได้ทันที
  • ย่อยงานให้ละเอียดจนไม่มีอะไรคลุมเครือ เพื่อให้พนักงานทำแทนกันได้
  • แปลงมาตรฐานกระบวนการเป็นคู่มือปฏิบัติงาน แยกขั้นตอนจำเป็น/ไม่จำเป็น และกำหนดค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้
  • Workshop: เขียนคู่มือปฏิบัติงานที่อ่านแล้วทำตามได้เลยโดยไม่ต้องตีความ (คู่มือที่ดีไม่ใช่เล่มหนาที่สุด แต่คือเล่มที่ทำตามได้ทันที)
Module 7ทดสอบระบบด้วยการหาจุดพัง (Stress Test)
  • ใช้การคิดเชิงวิพากษ์ทดสอบระบบที่ออกแบบไว้ เพื่อหาจุดล้มเหลวและออกแบบทางเลี่ยง
  • แลกเปลี่ยนมาตรฐาน/คู่มือข้ามกลุ่ม ช่วยกันหาช่องโหว่ที่อาจทำให้งานสะดุด
  • Workshop: วิพากษ์คู่มือของกลุ่มอื่นเพื่ออุดรอยรั่วก่อนใช้จริง (เป้าหมายคืออุดรอยรั่ว ไม่ใช่จับผิด)
Module 8วางแผนนำไปใช้จริงและปรับปรุงต่อเนื่อง
  • ใช้กรอบ Problem-Solving Model เตรียมนำเอกสารมาตรฐานไปบังคับใช้จริง
  • ออกแบบแผนปฏิบัติการ 90 วัน พร้อมกลไกรับเสียงสะท้อนเพื่อปรับปรุงระบบต่อเนื่อง ภายใต้หลัก "เปลี่ยนวิธีได้ แต่ไม่เปลี่ยนเป้า"
  • Workshop: จัดทำแผนปฏิบัติการ 90 วัน สำหรับนำมาตรฐานและคู่มือไปใช้จริงในองค์กร

Signature Method — กระบวนการอบรมที่มีลิขสิทธิ์

ตลอดระยะเวลา 10 ปี เราพัฒนากระบวนการอบรมรูปแบบพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่าง ทำให้ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วมและเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้ จนได้รับการยอมรับจากองค์กรเอกชนและมหาชนชั้นนำในประเทศไทยมากกว่า 500 แห่ง ด้วยหลักการ PBF Method อันเป็นลิขสิทธิ์ของเรา ประกอบด้วย

P

Positive Psychology

ใช้หลักจิตวิทยาเชิงบวก กระตุ้น Awareness ให้ต้องการเปลี่ยนแปลง และบ่มเพาะ New Mindset ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมใหม่ด้วยตัวเอง

B

Brain Based Learning

ใช้หลักวิทยาศาสตร์สมอง ออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้ด้วย Model, Framework และ Story Telling ทำให้จดจำได้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

F

Facilitation

ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ด้วย Gamification, AI Tools, Workshop ให้ตกผลึกความรู้ด้วยตนเอง ลงมือทำผ่าน Call to Action ทำให้เกิดผลลัพธ์และวัดผลได้

สัดส่วนเวลาในห้องอบรม
  • Skill Set 70%

    ฝึกทักษะผ่านกระบวนการเรียนรู้ Gamification, AI Tools, Workshop

  • Mindset 20%

    ปรับมุมมอง บ่มเพาะทัศนคติใหม่ด้วยตัวเองโดยตกผลึกกับกลุ่มผู้เรียน

  • Knowledge 10%

    เข้าใจเนื้อหาความรู้ Theory, Model, Framework, Storytelling

วิทยากรประจำหลักสูตร

ดร.นารา กิตติเมธีกุล

ดร.นารา กิตติเมธีกุล

Executive Solution Consultant ที่ปรึกษาการพัฒนาธุรกิจ

Request Form

สนใจจัดอบรมหลักสูตร Strategic Process Standardization From Strategy to SOP & Work Instruction ในองค์กร กรุณากรอกฟอร์มด้านล่าง