ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Why employees leave managers - คนเก่งลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เพราะงาน

คนเก่งส่วนใหญ่ไม่ได้ลาออกเพราะเกลียดงานหรือเงินน้อย แต่ลาออกเพราะหัวหน้า งานวิจัยชี้ว่าหัวหน้าคือปัจจัยที่กำหนดแรงจูงใจของทีมมากถึง 70% และเกือบ 70% ของพนักงานพร้อมลาออกถ้าเจอหัวหน้าที่แย่ บทความนี้สรุปพฤติกรรมหัวหน้าที่ไล่คนเก่งออกโดยไม่รู้ตัว ต้นทุนที่มองไม่เห็น และวิธีรั้งคนเก่งไว้ก่อนจะสายเกินไป


เคยเจอเหตุการณ์นี้ไหมคะ ลูกทีมคนเก่งที่สุด คนที่คุณวางใจที่สุด อยู่ ๆ ก็เดินเข้ามายื่นใบลาออก คุณตกใจ ถามว่าทำไม เขาบอกสั้น ๆ ว่า “อยากลองอะไรใหม่ ๆ ค่ะ” หรือ “ได้โอกาสที่ดีกว่าครับ”

คุณเลยคิดว่าคงเรื่องเงิน หรือเขาแค่อยากเปลี่ยนงานตามวัย แต่ความจริงที่ไม่มีใครพูดตอนลาออก คือหลายครั้งเขาไม่ได้หนีจากงาน เขาหนีจากหัวหน้าค่ะ

ลินอยากบอกตรง ๆ ว่า เรื่อง คนเก่งลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่ความรู้สึกลอย ๆ แต่มีข้อมูลรองรับชัดเจน ผลสำรวจปี 2026 พบว่า เกือบ 70% ของพนักงานพร้อมจะลาออกเพราะหัวหน้าที่ไม่ดี และ 42% ของการลาออกทั้งหมดเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ถ้าหัวหน้าลงมือก่อนที่จะสาย

ข่าวดีคือ ถ้าปัญหาเริ่มที่หัวหน้า ทางแก้ก็อยู่ที่หัวหน้าเหมือนกันค่ะ วันนี้ลินจะชวนคุณมาดูว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ไล่คนเก่งออกโดยไม่รู้ตัว และจะรั้งเขาไว้ได้ยังไง

จริงไหมที่ “คนไม่ได้ลาออกจากงาน แต่ลาออกจากหัวหน้า”?

จริงค่ะ และมีข้อมูลหนักแน่นรองรับ หัวหน้าคือปัจจัยเดียวที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจของทีมมากที่สุด งานวิจัยของ Gallup พบว่า หัวหน้าเป็นตัวกำหนดความแตกต่างของแรงจูงใจในทีมมากถึง 70% แปลว่าทีมจะไฟแรงหรือหมดไฟ ขึ้นอยู่กับหัวหน้าเป็นหลัก

เหตุผลง่าย ๆ คือหัวหน้าคือคนที่พนักงานเจอทุกวัน เป็นคนกำหนดว่างานจะสนุกหรือทรมาน จะได้เติบโตหรือย่ำอยู่กับที่ จะรู้สึกมีคุณค่าหรือถูกมองข้าม

บริษัทอาจมีสวัสดิการดี ออฟฟิศสวย แต่ถ้าหัวหน้าตรงหน้าทำให้ทุกวันรู้สึกแย่ พนักงานเก่ง ๆ ที่มีทางเลือกก็พร้อมจะเดินออกค่ะ

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของการเสียคนเก่ง

หลายองค์กรมองการลาออกเป็นแค่ “หาคนใหม่มาแทน” แต่ต้นทุนจริงสูงกว่านั้นมากค่ะ การหาคนมาแทนตำแหน่งระดับหัวหน้าหรือผู้จัดการมีต้นทุนสูงถึงราว 200% ของเงินเดือน ส่วนตำแหน่งงานเฉพาะทางอยู่ที่ราว 80% และพนักงานหน้างานราว 40% และนี่ยังไม่รวมความรู้ที่หายไปกับตัวคน

ที่เจ็บกว่านั้นคือผลกระทบต่อทีมที่เหลือ เมื่อคนเก่งลาออก งานก็ตกไปที่คนอื่น ขวัญกำลังใจตก และบางครั้งการลาออกก็ลามเป็นลูกโซ่ เพราะคนที่เหลือเริ่มตั้งคำถามว่า “หรือเราควรไปด้วย”

และข่าวดีที่ซ่อนอยู่ในตัวเลขคือ การลาออกส่วนใหญ่ป้องกันได้ ถ้าหัวหน้ารู้ทันสัญญาณและลงมือก่อน

พฤติกรรมหัวหน้าแบบไหนที่ไล่คนเก่งออกโดยไม่รู้ตัว?

ส่วนใหญ่ไม่ใช่หัวหน้าที่ใจร้าย แต่เป็นหัวหน้าที่ “ไม่รู้ตัว” ค่ะ พฤติกรรมที่ไล่คนเก่งออกโดยไม่ตั้งใจ มักเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมทุกวัน จนคนเก่งรู้สึกว่าไม่มีค่าหรือไม่ได้ไปไหน พฤติกรรมที่พบบ่อยได้แก่

  • จ้ำจี้จ้ำไชทุกขั้นตอน (Micromanage) ทำให้คนเก่งรู้สึกไม่ถูกไว้ใจ
  • ไม่เคยชม ไม่เคยเห็นคุณค่า งานดีแค่ไหนก็เงียบ แต่พลาดนิดเดียวโดนเต็ม ๆ
  • ไม่เปิดทางให้เติบโต ทำงานเดิมซ้ำ ๆ ไม่มีอนาคตให้มอง
  • ไม่ให้ feedback ที่มีความหมาย ไม่รู้ว่าตัวเองทำได้ดีหรือควรพัฒนาตรงไหน
  • ไม่เคยถามถึงอนาคตของเขาเลย ไม่เคยคุยว่าเขาอยากไปทางไหน

ข้อสุดท้ายอันตรายกว่าที่คิดค่ะ เพราะ เกือบครึ่งของคนที่ลาออก บอกว่าไม่มีหัวหน้าหรือผู้นำคนไหนคุยกับเขาเรื่องความพอใจในงานหรืออนาคตเลย ในช่วง 3 เดือนก่อนลาออก การไม่คุย คือการปล่อยให้เขาค่อย ๆ ตัดสินใจไปเงียบ ๆ

ทำไมกว่าหัวหน้าจะรู้ตัว ก็มักจะสายไปแล้ว?

เพราะการตัดสินใจลาออกเกิดขึ้นในใจนานก่อนยื่นใบลาค่ะ กว่าที่พนักงานจะเดินมาบอกว่าจะลาออก เขามักตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว งานวิจัยพบว่าคนส่วนใหญ่ลาออกภายในเวลาไม่นานหลังเริ่มมองหางานใหม่ พูดง่าย ๆ คือพอเขาเริ่มส่งใบสมัคร ก็มักจะสายเกินกว่าจะรั้งไว้

นี่คือเหตุผลที่การรอให้พนักงานมาบ่นก่อนค่อยแก้ ไม่เวิร์กค่ะ เพราะคนเก่งหลายคนไม่บ่น เขาเงียบ ๆ แล้วก็ไป การรักษาคนเก่งจึงต้องเป็นเรื่องที่หัวหน้าทำ “ล่วงหน้า” ไม่ใช่ “ตอนไฟไหม้”

ถ้าอยากเข้าใจว่าการที่หัวหน้าหยุดรับฟังส่งผลต่อทีมยังไง ลองอ่านเพิ่มได้ที่บทความ เมื่อผู้นำหยุดรับฟัง ค่ะ

หัวหน้าจะรั้งคนเก่งไว้ได้ยังไง?

รั้งไว้ได้ด้วยการทำให้เขารู้สึก “มีค่า ได้เติบโต และมีคนรับฟัง” อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ตอนใกล้เขาจะไป การรักษาคนเก่งไม่ได้ใช้เงินเยอะ แต่ใช้ความใส่ใจที่ทำได้ทุกสัปดาห์ค่ะ สิ่งที่ได้ผลจริงและมีข้อมูลรองรับ ได้แก่

ลองเทียบให้เห็นชัด ๆ ว่าพฤติกรรมแบบไหนไล่คนเก่งออก และแบบไหนรั้งเขาไว้ค่ะ

พฤติกรรมที่ไล่คนเก่งออกพฤติกรรมที่รั้งคนเก่งไว้
จ้ำจี้จ้ำไชทุกขั้นตอนไว้ใจและให้พื้นที่ทำงาน
งานดีแค่ไหนก็เงียบชมและเห็นคุณค่าอย่างจริงใจ
ให้ทำงานเดิมซ้ำ ๆ ไม่มีอนาคตเปิดทางให้เรียนรู้และเติบโต
ไม่เคยคุยเรื่องอนาคตของเขาคุยเรื่องเส้นทางเติบโตสม่ำเสมอ
รู้ปัญหาตอนเขายื่นใบลาถามไถ่ก่อนปัญหาสะสม

เรื่องจากที่ทำงาน: ใบลาออกที่ไม่มีใครคาดคิด

ลินขอเล่าภาพที่เจอบ่อยนะคะ (เป็นภาพรวมจากหลายองค์กร ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง)

หัวหน้าหลายคนเล่าคล้าย ๆ กันว่า ตกใจมากตอนลูกทีมคนเก่งยื่นใบลาออก เพราะที่ผ่านมาเขาทำงานดี ไม่เคยบ่น ไม่เคยมีปัญหา หัวหน้าเลยคิดว่าทุกอย่างโอเค พอมานั่งทบทวนถึงเพิ่งรู้ว่า ไม่เคยนั่งคุยกับเขาจริง ๆ เลยว่าเขาอยากเติบโตไปทางไหน งานดีก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่เคยชม

พอเจอเหตุการณ์นี้แล้วเปลี่ยนวิธี เริ่มนัดคุยตัวต่อตัวกับลูกทีมสม่ำเสมอ ถามถึงอนาคตเขา ชมเมื่อทำได้ดี และเปิดโอกาสให้ลองงานใหม่ ๆ บรรยากาศทีมก็เปลี่ยน คนอยู่กันนานขึ้น เพราะรู้สึกว่ามีคนเห็นและใส่ใจ บทเรียนคือ คนเก่งไม่ได้ต้องการหัวหน้าที่สมบูรณ์แบบ เขาต้องการหัวหน้าที่มองเห็นเขาค่ะ


Reflection Questions: คำถามชวนคิด

  • ครั้งสุดท้ายที่คุณชมลูกทีมอย่างจริงใจคือเมื่อไร
  • คุณรู้ไหมว่าลูกทีมแต่ละคนอยากเติบโตไปทางไหน
  • คุณคุยเรื่องอนาคตกับลูกทีม “ก่อน” เขาคิดจะไป หรือ “หลัง” เขายื่นใบลา
  • มีคนเก่งในทีมที่เงียบผิดปกติในช่วงนี้ไหม
  • ถ้าคนเก่งที่สุดในทีมลาออกพรุ่งนี้ คุณจะแปลกใจไหม

Next Action: เริ่มต้นวันนี้

ถ้าอยากเริ่มรักษาคนเก่งไว้ ลินแนะนำให้เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้สัปดาห์นี้เลยค่ะ เลือกลูกทีมคนที่คุณไม่อยากเสียที่สุด 1 คน แล้วนัดคุยตัวต่อตัวแบบไม่มีวาระงาน ถามว่า “ปีนี้อยากพัฒนาหรือเติบโตไปทางไหน” และ “มีอะไรที่พี่ช่วยสนับสนุนได้บ้าง” แล้วตั้งใจฟัง

เพียงบทสนทนาเดียว คุณก็ส่งสัญญาณชัด ๆ ว่าเขามีค่าและคุณเห็นเขาแล้วค่ะ ลินเชื่อว่าหัวหน้าที่รักษาคนเก่งไว้ได้ ไม่ใช่หัวหน้าที่ให้เงินเยอะที่สุด แต่คือหัวหน้าที่ทำให้ทีมรู้สึกว่า “อยู่ที่นี่แล้วได้เติบโตและมีคนเห็นค่า” ค่ะ 💛


ถ้าองค์กรของคุณกำลังเจอปัญหาคนเก่งลาออก และอยากให้หัวหน้าเปลี่ยนพฤติกรรมที่รั้งคนไว้ไม่ได้ ลินแนะนำหลักสูตรเหล่านี้ค่ะ

หรือดูภาพรวมหลักสูตรทั้งหมดที่ Leadership และสำหรับองค์กรที่อยากสร้างผู้นำอย่างเป็นระบบ ลองดู Leadership Development Program ค่ะ


Frequently Asked Questions

ทำไมคนเก่งถึงลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เพราะงาน?

เพราะหัวหน้าคือคนที่พนักงานเจอทุกวันและเป็นตัวกำหนดประสบการณ์การทำงานมากที่สุด งานวิจัยของ Gallup พบว่าหัวหน้าเป็นตัวกำหนดความแตกต่างของแรงจูงใจในทีมมากถึง 70% เมื่อหัวหน้าทำให้ทุกวันรู้สึกแย่ ไม่เห็นคุณค่า หรือไม่ได้เติบโต คนเก่งที่มีทางเลือกก็พร้อมจะลาออก แม้ตัวงานหรือบริษัทจะดีก็ตาม

พฤติกรรมหัวหน้าแบบไหนที่ทำให้ลูกน้องลาออก?

พฤติกรรมที่พบบ่อยคือการจ้ำจี้จ้ำไชทุกขั้นตอน ไม่เคยชมหรือเห็นคุณค่า ไม่เปิดทางให้เติบโต ไม่ให้ feedback ที่มีความหมาย และไม่เคยคุยเรื่องอนาคตกับลูกทีม พฤติกรรมเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากความตั้งใจร้าย แต่สะสมทุกวันจนคนเก่งรู้สึกว่าไม่มีค่าและไม่ได้ไปไหน

จะรู้ได้อย่างไรว่าคนเก่งกำลังจะลาออก?

สัญญาณที่พบบ่อยคือการเงียบผิดปกติ ลดการมีส่วนร่วม หรือหมดไฟกับงานที่เคยทุ่มเท แต่คนเก่งหลายคนไม่แสดงออกและไม่บ่น จึงมักสังเกตยาก ทางที่ดีที่สุดคือการคุยตัวต่อตัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับรู้ความรู้สึกและความต้องการของเขาก่อนที่เขาจะตัดสินใจไป

การเสียพนักงานเก่งไปมีต้นทุนแค่ไหน?

สูงกว่าที่คิดมาก การหาคนมาแทนตำแหน่งระดับหัวหน้ามีต้นทุนราว 200% ของเงินเดือน ตำแหน่งเฉพาะทางราว 80% และยังไม่รวมความรู้ที่หายไป ขวัญกำลังใจของทีมที่เหลือ และความเสี่ยงที่การลาออกจะลามเป็นลูกโซ่

หัวหน้าจะรักษาคนเก่งไว้ได้อย่างไร?

รักษาไว้ได้ด้วยการทำให้เขารู้สึกมีค่า ได้เติบโต และมีคนรับฟังอย่างสม่ำเสมอ เช่น ชมอย่างจริงใจ เปิดโอกาสให้เรียนรู้ทักษะใหม่ ให้ feedback ที่มีความหมาย คุยตัวต่อตัวเรื่องอนาคต และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กล้าพูด ที่สำคัญคือต้องทำล่วงหน้า ไม่ใช่รอตอนที่เขาตัดสินใจจะไปแล้ว


References: อ้างอิง